มันคือบ่วงที่ไว้ดักจับสัตว์


การเสพรูป - เสียง - กลิ่น - รส
สัมผัสต่างๆ ที่น่าใคร่น่าปรารถนา
อารมณ์ต่างๆ ในโลก
เป็นสิ่งที่ควรกลัว 
เพราะว่ามันคือบ่วงที่ไว้ดักจับสัตว์
ให้หลงติดอยู่ในวังวนแห่งวัฏสงสารเรื่อยไป
เป็นสิ่งที่จะดึงเราจมสู่อบายภูมิ
ให้เสวยความเผ็ดร้อน ทุกข์ทรมาน
อย่างยาวนานนั่นเองนะ 

เมื่อใดที่เราติดกับดักตรงนี้
จิตเราจะอ่อนแอขาดกำลัง ขาดปัญญา
ก็จะหลงทำผิดพลาดได้ง่าย
เรียกว่าตกเป็นทาสของ
กิเลส - ตัณหา - อุปาทาน
... นั่นเองนะ 

เปรียบเหมือน นายพรานที่เขาจะดักจับสัตว์
เขาก็เอาเหยื่อมาล่อ
อย่างถ้าเราจะไปตกปลา
เราก็ต้องมีเหยื่อไปล่อปลา
ปลามันหลงฮุบ มันก็ถูกจับไป
จะไปฆ่าไปแกงยังไงก็ได้
ตกเป็นทาสเขาแล้วนี่ 
หรือว่า นายพรานที่เข้าป่า
เขาจะดักจับสัตว์ป่า เขาก็เอาเหยื่อไปล่อ
พอหลงฮุบเข้า ก็ตกเป็นทาสเขา 

... ฉันใด
กามคุณอารมณ์ต่างๆ ในโลก
มันคือบ่วงที่ไว้ดักจับสัตว์นั่นเอง 
อันนี้ควรกลัวให้มาก มันมีสุขน้อย
แต่ว่ามันแฝงไปด้วยความทุกข์
ความเร่าร้อนมากนั่นเอง
.
พระมหาวรพรต  กิตฺติวโร

Image by FLAquaman007 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






 

เป็น สังขารุเบกขาญาณ


...ส่วนอนัตตา 
มาพิจารณาถึงสิ่งสภาพทั้งหมด 
เราไม่ยึดสิทธิ เราไม่แสดงอำนาจ 
ไม่แสดงอิทธิพลว่าเก่งกาจ
สามารถทำลายสิ่งที่เป็นอนัตตานั้น
ให้อยู่ในอำนาจ 
เราจะไปกีดกันกั้นความเกิด 
ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ไม่สำเร็จ 
เมื่อไม่สำเร็จ ทีนี้มันจะแก่ก็ให้มันแก่ไปเถิด 
มันจะเจ็บก็ให้มันเจ็บไปเถิด 
มันจะตายก็ให้มันตายไปเถิด 
ไม่แสดงความดีใจในความตาย
ของตนและคนอื่น 
ไม่แสดงความเสียใจในความตาย
ของตนและคนอื่น 
ทำจิตเป็นกลางวางเฉย 
เป็น สังขารุเบกขาญาณ 
ปล่อยสังขารตามสภาพ 
ดวงจิตนั้นเป็นดวงจิตที่อยู่ในวิปัสสนา 
นี่เรียกว่าเป็นวิชาข้อหนึ่ง 
เป็นตัววิปัสสนาโดยสั้น 
เห็นสังขารเป็นของไม่เที่ยง 
เห็นสังขารเป็นทุกข์ 
เห็นสังขารไม่ใช่ตัวตน 
เราก็ปลดสังขารออกไป
จากความยึดความถือ 
ปล่อยวางไปตามสภาพ

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

Image by Hans from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา