การวางเป็นเรื่องของจิต



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตมันจะปล่อยวางของมันเอง




เราภาวนานะเพื่อให้รู้ความจริงลงในขันธ์
ถ้าเห็นว่าขันธ์นี้ไม่ใช่ของดีของวิเศษ 
จิตมันจะปล่อยวางของมันเอง
ไม่ต้องไปคิดเอา ไม่ต้องไปนึกเอา อย่างโน้นอย่างนี้นะ
ดูของจริงๆ ลงไปหรอก มันไม่สวยไม่งาม...
ไม่ดี ไม่วิเศษอะไรหรอกนะ มีแต่ทุกข์ล้วนๆ เลย
การที่เรามีสติ รู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง
ตามความเป็นจริงคือเห็นความจริงของมัน
ว่ามันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา 
ถ้าเห็นอย่างนี้ได้ ใจจะปล่อยวาง
เพราะฉะนั้นพวกเราก็มีหน้าที่เท่านี้แหละ 
มีสติคอยรู้สึกกาย มีสติคอยรู้สึกใจ
แล้วก็คอยดูซิกายจริงๆ เป็นยังไง จิตใจจริงๆ เป็นยังไง 
ดูของจริงไม่ใช่คิดเอา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความรู้สึกตัว นำพาให้ถึงความหลุดพ้น




ความรู้สึกตัว นำพาให้ถึงความหลุดพ้น 
รื้อถอนจากความเป็นทาส ตัดจากวัฏฏะ สู่ความเป็นอิสระ 
การเจริญสติ เกิดพลังงานแห่งธรรมทั้งหลาย 
เมื่อมีสติ ก็ทำความดี ละความชั่ว จิตใจก็บริสุทธิ์ 
เมื่อมีสติมาก ก็ไกลจากข้าศึกคือกิเลส เกิดปัญญาญาณ ...
เห็นรูปธรรมนามธรรม เห็นแจ้งจนสว่างล่วงพ้นภาวะเดิม 
แต่ก่อนเป็นผู้เป็น เปลี่ยนมาเป็นผู้เห็น (บริสุทธิ์) 

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จริงๆ แล้ว ไม่มีใครปล่อยวางได้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เห็นกายชัดเจน เห็นธรรม




ถ้าหากว่าใครพิจารณากายให้เห็นชัดเจน 
คนนั้นจะเห็นธรรม..
เกิดก็เกิดจริง แก่ก็แก่จริง เจ็บก็เจ็บจริง 
ตายก็ตายจริง นี่เรียกว่าสัจธรรม 
เป็นของจริงทั้งนั้น


หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ต้องหาความธรรมดาแห่งความสกปรกนี้ให้พบ


จงอย่ากลัวความสกปรก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในขันธ์ ๕ 
เกิดมาจากความสกปรกทั้งหมด.
ยอมรับความสกปรกอันเป็นพื้นฐานแห่งชีวิตของมนุษย์โลกนี้ 
แห่งธาตุขันธ์ในโลกนี้ เราล้วนอยู่ในความสกปรกเหล่านี้ทั้งสิ้น 
มันเป็นธรรมดาของโลก 
พวกเอ็งต้องหาความธรรมดาแห่งความสกปรกนี้ให้พบ 
เมื่อนั้นจิตของพวกเอ็งจักคลาย
จากราคะและปฏิฆะลงได้อย่างสิ้นเชิง

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้ภาวนาต้องประสานการภาวนากับวิถีชีวิต



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าจิตเราได้ตั้งอยู่กับกายนี้แล้ว




ถ้าจิตเราได้ตั้งอยู่กับกายนี้แล้ว 
สติบังคับสติไว้กับกายนี้แล้ว 
ปัญญาท่องเที่ยวอยู่ในสกลกายนี้แล้ว 
เรียกว่าได้เดินทางในองค์แห่งอริยสัจอย่างสมบูรณ์


หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

บริกรรมพุทโธ กับการตามรู้จิต คือหลักเดียวกัน




บริกรรมพุทโธ กับการตามรู้จิต คือหลักเดียวกัน
*******************************


...ภาวนาพุทโธเอาไว้ พอจิตมันอยู่กับพุทโธ ก็ปล่อยให้มันอยู่ไป 
พอทิ้งพุทโธแล้วไปคิดอย่างอื่น ปล่อยให้มันคิดไปแต่ให้มีสติตามรู้


พุทโธที่เรามาท่องเอาไว้
๑. เพื่อระลึกถึงพระบรมครู
๒. เพื่อกระตุ้นเตือนจิตให้เกิดความคิดเอง


ทีนี้เมื่อจิตทิ้งพุทโธปั๊บ มันไปคิดอย่างอื่นขึ้นมาได้ 
แสดงว่าเขาสามารถหาเหยื่อมาป้อนให้ตัวเองได้แล้ว 
เราก็ไม่ต้องกังวลที่จะหาอารมณ์มาป้อนให้เขา 
ปล่อยให้เขาคิดไปตามธรรมชาติของเขา 
หน้าที่ของเรามีสติกำหนดตามรู้อย่างเดียวเท่านั้น 
นี่หลักการปฏิบัติเพื่อจะได้สมาธิสัมพันธ์กับชีวิตประจำวัน
ต้องปฏิบัติอย่างนี้



หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
จากหนังสือ "มอบธรรม นำพร"


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ในการภาวนา ต้องมีใจเด็ดเดี่ยว



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ควรทำจิตให้ตั้งมั่นในกาย ในจิต



ควรทำจิตให้ตั้งมั่นในกาย  ให้รู้สภาพของกาย
ตั้งมั่นในจิต จนรู้จิตของตนเท่านั้น
ถ้าไม่รวมลงเช่นนี้ 
ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมไม่รู้รสของสมาธิและปัญญา
อุปมาเหมือนอาหาร 
ถ้าใครๆ ไม่รวมลงถึงปากและท้องแล้ว
ย่อมไม่รู้จักรสชาติอะไร และไม่เป็นประโยชน์ด้วย

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การไม่ปล่อยจิตใจของเราไปเล่นอารมณ์ภายนอก




ถ้าจะพูดตามหลักของพระพุทธเจ้าแล้ว
การไม่ปล่อยจิตใจของเราไปเล่นอารมณ์ภายนอก
คือนอกจากกาย ใจ ของตนแล้ว
เรียกว่าฝึกอบรมสติเพื่อให้มีกำลังแก่กล้า
เป็นมหาสติใหญ่ที่เรียกว่า “อินทรีย์แก่กล้า”
สามารถบังคับจิตใจให้สงบเป็นสมาธิได้ง่าย..

หลวงปู่คำดี ปภาโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ชัยภูมิที่แท้จริงสำหรับผู้ภาวนา



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ส่งจิตออกไปภายนอกร่างกาย ผิดมรรคภาวนา



ถ้าส่งจิตออกไปภายนอกร่างกายแล้ว 
เป็นอันผิดมรรคภาวนา
เพราะบรรดาพระธรรมคำสั่งสอน
ของพระพุทธเจ้าที่พระองค์
ได้ทรงสั่งสอนประกาศพระศาสนา
อยู่ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์นั้น 
แนวการปฏิบัติไม่พ้นจากกาย
ดังนั้นกายจึงเป็นสนามรบ 
กายจึงเป็นยุทธภูมิที่ปัญญาจะต้องค้น 
เพื่อทำลายกิเลสและกองทุกข์ 
ซึ่งจิตของเราทำเป็นธนาคาร
เก็บสะสม(กิเลสและกองทุกข์)ไว้ภายใน 
หอบไว้ หาบไว้ หวงไว้ จนนับภพนับชาติไม่ได้
สัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าชนิดใดในสังสารวัฎนี้ 
ล้วนแต่ติดอยู่กับกายนี้ทั้งสิ้น..

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

พยายามใช้สติมองข้างในของตัวเองให้นานๆ



ท่านทั้งหลาย จงพากันพยายามใช้สติมองข้างในของตัวเองให้นานๆ
ถ้าเรามองข้างในได้นานๆ สัญญาอารมณ์ก็จะขาดไป
มีแต่จิตใจเป็นหนึ่งอยู่ตลอด
จิตใจก็จะว่างเบา กายก็เบา
ตาในก็เริ่มจะเปิด เห็นอะไรมากมาย
มีแต่สิ่งที่ดีๆ ทั้งนั้น ซึ่งคนอื่นไม่สามารถรู้เห็นกับเราได้เลย

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ได้ฝึกให้หยุดคิด



จิตมีหน้าที่คิด เพราะฉะนั้นไม่ได้ฝึกให้หยุดคิด 
แต่ฝึกให้รู้ทันว่า จิตกำลังแอบไปคิดอยู่ 
มันถลำไปคิด มันส่งออกไปคิด

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิถีแห่งความหลุดพ้น ตัดสั้นคือ "รู้"



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการมีสติ




ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการมีสติ

เพราะผลลัพธ์ของการมีสติ 
คือ การอารักขาจิตที่ปกติอยู่ก่อน 
ไม่ให้ถูกครอบงำด้วยมาร 
หรือความหลงคิดแปลกปลอม




พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การภาวนา ก็เพื่อไม่เหลืออะไร



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การหลบจิตจากการกระทบ




..จิตของเราก็ให้กำหนดลงไปเรื่อยๆ มันจะไปไหนก็ตาม
เราก็ต้องดูให้มันอยู่ในอารมณ์เป็นหนึ่ง..
ถ้าเกิดการกระทบขึ้นมา ถ้าเรามาดูที่จิตแล้ว 
การกระทบนั้นก็จะหมดไป เช่น เรากระทบในเสียงที่ไม่ดี 
มีคนที่เขากล่าวว่าเราต่างๆ นานา..
เรามาดูที่จิตของเราแล้ว สิ่งนั้นที่เขาว่าเราทั้งหมดก็ไม่มี 
มันก็หมดไป อันนี้มันเป็นวิธีที่นักปฏิบัติเรียกว่า 
“การหลบจิตจากการกระทบ”


หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เลิกโง่เลิกฉลาด ก็ลุธรรมะ




เลิกโง่เลิกฉลาด ก็ลุธรรมะเท่านั้นเอง
โง่ไปก็ไม่เหมาะ ฉลาดมากมากไปก็ไม่ควร
ไม่โง่ไม่ฉลาดนี้ล่ะจึงว่างแท้
ว่างจากปัญญา ว่างจากความโง่
จึงได้ธรรมชาติแห่งธรรม


หลวงปู่จาม มหาปุญโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รักที่พระพุทธองค์สรรเสริญ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ใช่กลั้น ไม่ใช่แสดงออก แค่เฝ้าสังเกตดู




ศิษย์: ผมไม่สามารถกลั้นโทสะเอาไว้ได้ 
แม้จะพยายามแล้วก็ตาม
ท่านโกเอ็นก้า: ไม่ใช่ไปกลั้น แต่ให้เฝ้าสังเกตดูมันเฉยๆ 
ยิ่งท่านไปกลั้นมันมากเท่าใด มันก็จะยิ่งฝังลึกอยู่ในใจ
ของท่านมากเท่านั้น แล้วปมนี้ก็จะขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ...
จนยากจะหลุดพ้นได้ ไม่ใช่กลั้น และก็ไม่ใช่แสดงออก 
เพียงแค่เฝ้าสังเกตดูเฉยๆ

ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การปฏิบัติต้องพร้อมทั้ง ๔ อิริยาบถ



อย่าลืม การปฏิบัติต้องพร้อมทั้ง ๔ อิริยาบถ 
 คือ ยืน - เดิน - นั่ง - นอน และทำกิจการงานใดๆ 
 ก็ยกให้เป็นพระกรรมฐานหมด 
 กายส่วนกาย จิตส่วนจิต ต่างฝ่ายต่างทำงาน
 ควบคู่กันไปทั้งทางโลกและทางธรรม
อย่าลืมรักษาอารมณ์ของจิตเอาไว้ให้ดี ๆ 
 อย่าให้ไหลขึ้นไหลลงมากนัก 
 จิตเหนื่อยจักพลอยทำให้กายเหนื่อยไปด้วย 
 กล่าวคือหมดกำลังใจนั่นเอง จุดนี้ระมัดระวังเอาไว้ให้ดี ๆ
 อย่าให้เกิดแก่จิตเป็นอันขาด

 ธรรมโอวาท “สมเด็จองค์ปฐม”

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ยิ่งแสวงหา ใจยิ่งพร่อง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เรารักสิ่งใด จะทุกข์เพราะสิ่งนั้นมากกว่าเกลียด



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ปฏิบัติธรรมอย่าไปรู้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องรู้




ปฏิบัติธรรมอย่าไปรู้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องรู้ 
เสียพลังงานไปเปล่าๆ ปลี้ๆ 
รู้เฉพาะเรื่องที่ช่วยดับทุกข์ได้เพียงอย่างเดียว 
แค่นี้ตลอดชีวิตก็จำได้ไม่หวาดไม่ไหวแล้ว 
จะรู้อะไรถามใจตนเองก่อนว่า ...
สิ่งที่กำลังจะรู้ มันช่วยดับทุกข์ได้ไหม

สมสุโขภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คิดค้นหาความรู้โดยปราศจากความสงบ เป็นของปลอม




อย่าไปแส่ส่ายหาความรู้ในเมื่อมันสงบแล้ว 
ความสงบนั้นมันจะหายไป 
มันจะเกิดความรู้ขึ้นมาเอง 
ถ้ามันไม่เกิดก็ให้รักษาความสงบไว้ก่อน จะนานแสนนานก็ช่างมัน
ความคิดค้นหาความรู้โดยปราศจากความสงบแล้ว เป็นของปลอม
ข้อเท็จจริงผู้ที่ได้ทั้งหลาย ต้องหมดความอยากเสียก่อนจึงจะได้ 
จริงอยู่ความอยากเป็นเหตุเบื้องต้น 
แต่การที่จะได้ ต้องทำความอยากให้หมดไป จึงจะได้


หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความไม่รู้เท่าในความรักต่างหาก ที่นำทุกข์มาให้



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

“ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” ไม่ได้เป็นการปฏิเสธว่า “ที่นั่นไม่มีสุข”



คำพูดที่ว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์”
ไม่ได้เป็นการปฏิเสธว่า “ที่นั่นไม่มีสุข” 
แต่เป็นการชี้ให้เห็นความจริงอีกแง่หนึ่งที่คนเรามักมองข้ามไป 
คือมักเห็นแต่ว่า ความรักทำให้เป็นสุข 
การมองเห็นความรักแต่แง่เดียว 
ทำให้คนเราไม่รู้จักเตรียมใจรับมือกับความทุกข์ 
โดยเฉพาะเมื่อเกิดความไม่สมหวังขึ้นมา..
พระพุทธเจ้ามิได้ปฏิเสธความรักของปุถุชน 
แต่ทรงเห็นว่ามันเป็นสุขที่เจือด้วยทุกข์ 
เช่นเดียวกับ กามสุข ซึ่งทรงเปรียบเสมือนคบไฟที่ทำด้วยหญ้าแห้ง
แม้จะให้แสงสว่าง แต่ก็มีควันที่ระคายเคือง 
บางครั้งก็เปรียบคนที่เพลินในกามสุขว่า 
เหมือนกับคนถือคบเพลิงทำด้วยหญ้าแห้งเดินโต้ลม 
หากไม่รู้จักวาง ก็จะโดนไฟไหม้มือและอวัยวะต่างๆ 
อย่างไรก็ตามหากพูดถึงสัดส่วนแล้ว ทุกข์นั้นมีมากกว่าสุข
เป็นเพราะเหตุนี้พระพุทธองค์จึงส่งเสริมให้เรามีความรักที่ประณีตขึ้น 
นั่นคือ เมตตาหรือกรุณา เพราะเป็นความรู้สึกที่เจือด้วยกิเลสน้อย 
มุ่งประโยชน์สุขของอีกฝ่ายยิ่งกว่าผลประโยชน์ของตนเอง 
ไม่ปรารถนาการครอบครอง 
หากเรามีความรักแบบนี้มากๆ เราจะทุกข์น้อยลง 
นอกจากเราจะเป็นสุขแล้ว ยังทำให้อีกฝ่ายเป็นสุขอย่างแท้จริงด้วย
สรุปก็คือความรักเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตก็จริง 
แต่เราก็ต้องเห็นมันตามความเป็นจริง ว่ามันให้ทั้งสุขและทุกข์ 
อีกทั้งยังมีความรักที่ประเสริฐกว่าเสน่หา นั่นคีอเมตตากรุณา 
ยิ่งเป็นเมตตากรุณาของพระอริยเจ้าด้วยแล้ว 
ยิ่งให้แต่สุข ปราศจากทุกข์ เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร
 เช่น ล้มหายตายจากไป หรือทำตัวไม่น่ารัก ท่านก็วางอุเบกขาได้ 
ขณะเดียวกันเมตตากรุณาก็ไม่ได้ลดลง ดังที่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า
พระองค์ทรงมีเมตตาต่อพระเทวทัตเท่ากับที่ทรงมีต่อพระราหุล

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เพราะเราอยู่ด้วยกันอย่างชั่วคราว




..เราจะรัก ก็รักได้ แต่ควรจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า 
เราอยู่ด้วยกันก็เป็นเรื่องชั่วคราว จะเป็นชั่วคราวสั้นๆ 
เป็นเดือน เป็นปี หรือจะเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๕๐ ปี 
อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องชั่วคราว 
ถ้าเราระลึกอยู่ในความไม่เที่ยง ความไม่แน่นอนของการอยู่ด้วยกัน 
เราน่าจะปล่อยวางได้ง่ายขึ้น ให้อภัยได้ขึ้น 
ไม่ทะเลาะเบาะแว้งเรื่องเล็กเรื่องน้อย 
เพราะเราอยู่ด้วยกันอย่างชั่วคราว..

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ใจที่ตั้งมั่นก็สงบอยู่แล้ว



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าเรารู้เท่าทัน เขาก็หลอกเราไม่ได้



คนเราเมื่อรู้เท่าทันความเป็นจริงแล้ว
รู้ทันความเป็นจริงแล้ว ใจของเราสบาย
ถ้าเราไม่รู้เท่าทันความเป็นจริง ก็ไม่สบาย
พูดเช่นนี้ก็ฟังง่าย แต่เข้าใจยาก
เราจะเปรียบเหมือนว่า เราพบ เราได้ประสบ
พบเห็นกับคนที่หลอกลวง มาหลอกลวงเรา
ถ้าเราไม่รู้ทันเขา เราก็ถูกเขาหลอกไปได้บ่อยๆ
ถ้าเรารู้เท่าทัน เขาก็หลอกเราไม่ได้
ฉันใดก็ฉันนั้น

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโรมหาเถระ)

Cr.พ่อแม่ครูบาอาจารย์สายพระป่ากรรมฐาน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คนที่จะได้มรรคผล มักสำคัญตนว่าตนเองนั้นโง่่



คนที่จะได้มรรคผล 
มักสำคัญตนว่าตนเองนั้นโง่่
มรรคผลเป็นสิ่งที่ได้ยาก
ส่วนพวกที่หลง 
จะสำคัญตนว่าเก่ง ฉลาด 
พวกนั้นน่ะโง่

หลวงปู่เจือ สุภโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รู้สึกตัวจากความปรุงแต่ง ความสงบเกิด


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สุดยอดของเครื่องมือ ในการรักษาใจก็คือปัญญา



สุดยอดของเครื่องมือ
ในการรักษาใจก็คือปัญญา
คือต้องรู้ต้องเห็นว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้
ที่ใจมาสัมผัส มารับรู้
มาเกี่ยวข้องด้วย
ล้วนไม่ใช่ของที่เป็นของใจ
ใจไม่มีอำนาจที่จะไปครอบครอง
ที่จะไปบังคับให้เขาเป็นไป
ตามความต้องการของใจได้


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

กายเป็นประตูพระนิพพาน



กายเป็นประตูพระนิพพาน
เมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว
อนาคามีก็จะมีแก่ท่านได้เพราะการพิจารณากาย
โสดาบันก็ต้องพิจารณากาย
สกิทา..อนาคา..ก็ต้องพิจารณากาย
เพราะกายเป็นสิ่งที่จิตติดอยู่ หลงอยู่ ติดผูกพันอยู่
กายเรา กายเขา เห็นกายเขาหน้าตาดี
สวยก็ติด รูปร่างดีก็ติด เป็นทุกข์เพราะกายกัน
ก็ก้อนขี้ก้อนเยี่ยวทั้งนั้น

ครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สงบเพราะมองเห็นทุกสิ่ง แต่ไม่ยึดถือ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อย่าไปมัวยุ่งปรุงแต่งหาความสงบจากจิต



..ผู้ที่ต้องการได้ไฟ ต้องไม่ไปมัวลูบคลำอยู่ที่หลอดไฟ
แต่ต้องคลำหาสวิทช์ให้เจอต่างหาก
เปิดสวิทช์แล้ว ไฟที่หลอดจะปรากฏเอง
ฉันใดก็ดี อย่าไปมัวยุ่งปรุงแต่งหาความสงบจากจิต
อย่าหลงไปทำอะไรกับจิตเป็นอันขาด
แต่ให้มาอยู่กับสติความรู้ตัว
รู้เห็นเฉยๆ ไม่ต้องเอาสติไปเพ่งจ้องที่จิต
รู้อย่างเป็นธรรมชาติ อย่าไปปรุงแต่งตัวรู้
อย่าไปแสวงหาความรู้ อย่าติดยึดในความรู้ที่ได้
ตัวรู้ตั้งมั่น แต่สิ่งที่ถูกรู้นั้น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ปัญญาเห็นไตรลักษณ์ พร้อมๆ กับสังขารทั้งหลายปรากฏ เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี
จนกระทั่งเกิดญาณทัศนะรวมเป็นหนึ่ง
เห็นที่ไหน ดับที่นั่น เกิดตรงไหน ดับตรงนั้น
นั่นแหละธรรมะแท้ๆ …

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส 
(ส.มหาปัญโญภิกขุ) 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



มีสติระลึกรู้ตัวไปทั่วทุกสิ่ง




มีสติรู้ตัวทุกอิริยาบถของร่างกาย 
มีสติระลึกรู้ตัวตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมาว่า 
ตื่นแล้วกำลังจะลุกขึ้นนั่ง ย่างก้าวเดินเข้าห้องน้ำ แปรงฟัน อาบน้ำ ขับถ่าย ฯลฯ 
มีสติระลึกรู้ตัวไปทั่วทุกสิ่ง 
ทั่วทุกอิริยาบถ เคลื่อนไหว ยืน เดิน นั่ง นอน 
เหลียวซ้าย แลขวา ก้าวหน้า ถอยหลัง ก็ทำสติตามรู้ทุกอย่างไป 

แม้จะยังไม่บริบูรณ์ ด้วยจิตหนีหายหลบไป 
เมื่อรู้ตัวก็กำหนดสติต่อไป 
จะเกิดผล เป็นผู้มีพลังสติคุมจิต ตั้งมั่นเกิดสมาธิ


หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา