อานุภาพแห่งความไม่อยาก

 


#อานุภาพแห่งความไม่อยาก

เมื่อเธอไม่เรียกร้องอะไรจากโลก
หรือจากพระเจ้า
เมื่อเธอไม่ต้องการอะไร
ไม่แสวงหาอะไร ไม่คาดหวังอะไร
สภาวะทางใจอันเป็นสุดยอดจะมาหาเธอ
โดยไม่ได้รับเชิญและโดยไม่ได้คาดหมาย

When you demand nothing of the world, nor of God, 
when you want nothing, seek nothing, expect nothing, 
then the Supreme State will come to you uninvited and unexpected.

Nisargadatta Maharaj

ภาพ The Bridge towards awareness

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


ถ้าเรารู้เท่ามันแล้ว

 


 ถ้าเรามีความชอบใจ ไม่รู้เท่าความชอบใจ

ไม่รู้เท่าความไม่ชอบใจ นี่เรายังมีเรื่อง
ถ้าเรารู้เท่ามันแล้ว ความชอบใจ
ความสุขนี้ก็ไม่มีอะไร
สักแต่ว่าความรู้สึกแล้วมันก็หายไป
ไม่ชอบใจนี้ ก็ไม่มีอะไรมากมาย
สักแต่ว่าความรู้สึกเท่านั้น แล้วมันก็หายไป
จะเอาอะไรกับมันเล่า
ถ้าเรานึกว่าสุขนั้นเป็นของเรา
ทุกข์นั้นเป็นของเรา
มันก็ทุกข์ยากลำบากไปเท่านั้นแหละ
มันหมดเรื่องจบเรื่องไม่ได้
ปัญหาอันนี้ มันก็เกิดต่อไปเรื่อยๆ
นี่มันเป็นเช่นนี้
หลักความจริงมันก็เป็นเช่นนี้...
.
หลวงปู่ชา สุภัทโท
ภาพ The Bridge towards awareness

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


คือ หมด “ตัวกู”


ให้มองโลก
เป็นสิ่งที่ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้า ต้องสลัดสุข
ที่ทำให้เป็นทาส
นี่! ในแง่ของจริยธรรม กล่าวว่า
อย่า เป็นทาสของอารมณ์
อย่า เป็นทาสของอายตนะภายใน
คือ อย่าเป็นทาสของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
หรืออย่าเป็นทาสของอายตนะภายนอก
คือ อย่าเป็นทาสของรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ ;
หรืออย่าเป็นทาสอารมณ์ ก็เรียก
อย่า เป็นทาสของอารมณ์
อย่า เป็นทาสของอายตนะ
แล้วโลกทั้งหมด จะมาอยู่...ใต้ฝ่าเท้าเรา
มีพระพุทธภาษิตว่า
กาม สุขสูงสุดในโลกนี้ ก็ดี
กาม สุขสูงสุดในสวรรค์ทั้งหลาย ก็ดี
มันไม่ได้ส่วนเลี้ยวที่ ๑๖
ของสุขที่มาจากความสิ้นไปแห่งตัณหา
ถ้าเราแสวงหาความสุขอย่างโลกๆ
ในมนุษยโลก ในเทวโลก
แล้วเราจะเป็นทาส คือเป็นทาสของอารมณ์
เป็นทาสของกิเลสตัณหา อย่างนี้...
ความสุข ทําให้เราเป็นทาส.
ถ้าเราแสวงหาความสุขจากความสิ้นตัณหา
สิ้นอุปาทาน สิ้นกิเลส นี้เราไม่เป็นทาสของอะไร
เราเปลื้องตัวออกมาจากความเป็นทาสได้
เพราะฉะนั้น ท่านจึงว่า...
ความสุขที่ได้จากกามารมณ์ในโลกนี้
หรือในสวรรค์ก็ตาม
เทียบกันแล้วไม่ได้เสี้ยว
ที่ ๑๖ ของความสุขที่เกิดมาจากนิพพาน
คือ หมด “ตัวกู”
-----------------------------------------------------------------
ท่านพุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยายชุดสันทัสเสตัพพธรรม
ลำดับที่ ๕ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ หัวข้อ
เรื่อง “โลกในทัศนะของพุทธบริษัทคืออะไร?”
จากหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ เล่มชื่อว่า...
“สันทัสเสตัพพธรรม” หน้า ๑๗๑-๑๗๒

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


 

เกิดเป็นมนุษย์นั้นเรียกมหัศจรรย์


โลกใบนี้มีอายุประมาณ 4,600 ล้านปี
อุกาบาตชนโลกล้างยุคไดโนเสาร์
66 ล้านปีก่อน
แต่โลกใบนี้ผ่านการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่
ของสิ่งมีชีวิตทั้ง 5 ครั้ง ล้างโลก
รัตนโกสินทร์ 243 ปี
การเปลี่ยนแปลงชั่วชีวิตเรา แค่ระยะ 30 ปีนี้
เปลี่ยนแปลงขนาดไหน
การล้างโลกครั้งที่ 6 นี้คราวนี้มิใช่อุกาบาต
แต่อาจมาจากมนุษย์ หรือจะเป็น ภัยธรรมชาติ
กี่ยุคสมัย ผ่านการล้างโดยธรรมชาติ
จริงๆ เราเป็นนักเดินทางนักท่องเที่ยว
ในวัฎฎะมายาวนานมากๆ สะสมกรรมดีกรรมเลว
มานับไม่ถ้วน แต่มิอาจหลุดพ้นจากกรรม
จากโปรแกรมที่พันธนาการ
ติดกับดัก แรงดึงดูดของสังสารวัฏ
ถ้าผู้เห็นภัยของสังสารวัฏ
เห็นความเป็นจริงว่าที่มา
จากความหลงชั่วขณะจิตลัด สู่ชั่วกัปชั่วกัลป์
จิตเกิดและดับเร็วสุดประมาณได้
ลัดนิ้วมือเดียวจิตเกิดดับถึงแสนโกฏิขณะ
อยู่ที่ว่าเกิดดับ
นั้นยังมีเราเป็นผู้หลงเป็นหลงยึดในการเกิดดับ
นั้นและ หลงเป็นเจ้าของในรูปนี้นามนี้
มาจากความไม่รู้กลไก ของสิ่งเหล่านี้
แค่ขณะจิตเดียว สู่แสนโกฏิขณะ
สู่ชั่วกัปชั่วกัลป์
กว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น
คำว่ายาก ยังใช้ไม่ได้เลย
กว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเรียกมหัศจรรย์เลย
จงใช้รูปนี้ นามนี้ กายใจนี้
มาเรียนรู้และพ้นจากโลกมายาเหล่านี้กัน
เวลามีจำกัด ในภาชนะนี้เท่านั้น
ขณะนี้เท่านั้น
ที่จะหลุดพ้น
หรือ
เป็นแค่สรรพสัตว์
พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


 

สิ่งที่จะพบได้ยากในสังสารวัฏ


สิ่งที่จะพบได้ยากในสังสารวัฏนี้
ก็คือคำสอนเรื่องความรู้สึกตัว
เพื่อเรียนรู้สิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็น.....
เมื่อรู้สึกตัว ก็เป็นการถอนตัว
จากการจมแช่ มาเป็นผู้เห็น ไม่ไปเป็น
เห็นถึงความจริงที่แสดงตัวอยู่ตลอดเวลา
ว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นตัวตนจริงๆ
ที่ควรยึดถือซักอย่าง
ถ้าไม่รู้สึกตัว ...
ก็จมพร้อมกับที่จะถูกกระแสแห่งโลก
ท่วมทับบดบัง ให้จมมิดหาย
ไปในนาวาแห่งสังสาร
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


 

อยู่ที่การรู้ว่าความคิดนั้นไม่ใช่ตัวฉัน


มาลองดูห่วงโซ่กันชัดๆ
ความคิด--ของฉัน--ความทุกข์

ถอดถอนความเป็นของฉันออกไป
ห่วงโซ่ก็จะขาด
“ตัวฉัน” ในความคิดเป็นเพียงภาพลวงตา
หากปราศจากมัน
ความคิดก็เป็นเพียงอีกสิ่งหนึ่ง
ที่เกิดขึ้นเพื่อให้สังเกตและปล่อยมันไป
อิสรภาพไม่ได้อยู่ที่การทำลายความคิด
แต่อยู่ที่การรู้ว่าความคิดนั้นไม่ใช่ตัวฉัน

See the chain clearly:
Thought --Ownership-- Suffering

Remove the ownership and the link breaks.
The "I" in thought is a phantom; without it, thought is just another arising
to be observed and released.
Freedom is not in destroying thought but in knowing it as not-self.
Unknown

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


 

การรู้แจ้งไม่ใช่การได้มา


การรู้แจ้งไม่ใช่การได้มา
แต่คือการสูญเสีย
สูญเสียความเชื่อว่ามีอะไรต้องได้มา
และมีใครเป็นผู้ได้มันมา
Enlightenment is not gained—it’s the loss of believing
there’s something to gain and someone to gain it.
Emily Snow

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


 

มันจะหลุดออกจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้ โดยธรรมชาติ


ในยุคที่ผู้คนมีแต่จิตใจวุ่นวาย ร้อนรุ่ม
ทั้งความเครียด ทั้งความเร่าร้อนต่างๆ
แต่ถ้าเรามีสติขึ้นมา
มีความรู้สึกตัวขึ้นมา
มันจะหลุดออกจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้
โดยธรรมชาติเลย
ไม่ต้องคิดจะวาง.. ก็วาง
ไม่ต้องคิดจะหลุด.. มันก็หลุด
เพียงแค่มีสติ มีความตื่นรู้ขึ้นมา
โยมว่าสิ่งนี้สำคัญกับชีวิตไหม
ทักษะที่จะหลุดออกจากความทุกข์ทรมานต่างๆ
สิ่งที่จะทำให้เราเข้าถึงความสุขของชีวิตได้
.
พระมหาวรพรต กิตฺติวโร
มูลนิธิเดินจิต
ภาพ the Bridge towards awareness

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


 

ร่างกายเหมือนงูเห่า


ร่างกายเหมือนงูเห่า
"ร่างกายนี้ที่เรารักเราหวงแหน
เหมือนเรากำลังกอดงูเห่าอยู่
ตอนงูเห่ามันอารมณ์ดี มันก็ไม่ว่าอะไรเรา
อารมณ์ร้ายมันก็กัดเรา
ร่างกายนี้ตอนมันยังไม่เจ็บป่วย
เราก็รู้สึก แหมดี ยังหนุ่มยังสาวจะรู้สึกดี
พอเจ็บป่วยพอแก่
คราวนี้ร่างกายที่เราอุตส่าห์เลี้ยงอย่างดี
ประคบประหงมอย่างดี
ตื่นเช้าขึ้นมา พาไปอาบน้ำ พาไปอึไปฉี่
พาไปกินข้าว เลี้ยงดูอย่างดี
หาเสื้อผ้าสวยๆ มาให้ใส่
หารถยนต์มาให้มันนั่ง ปรนนิบัติดูแลอย่างดี
เหมือนเราเลี้ยงงูเห่าไว้ตัวหนึ่ง เลี้ยงดูอย่างดี
มันก็ยังไม่อาละวาด ถึงจุดหนึ่งมันก็อาละวาด
ร่างกายนี้มันก็อาละวาดเราแล้ว
มันแก่ มันเจ็บ มันตาย ดูลงไปเรื่อยๆ
ร่างกายไม่ใช่ของดีหรอก
เหมือนเราเลี้ยงงูเห่าอยู่ทั้งตัว
อย่างไรวันหนึ่งก็ต้องกัดเราแน่นอน
พอเห็นอย่างนี้ มันก็เบื่อร่างกาย
ร่างกายไม่ใช่ของดี ของวิเศษ
.
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
13 สิงหาคม 2566
รับฟังเพิ่มเติม
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69