ความถูกใจทำให้เรามองไม่เห็นความจริง


การเจริญวิปัสสนานั้นไม่ยาก 
มันยากเพราะเราไม่เริ่มต้นลงมือทำ 
มันง่ายมากถ้าเราได้ทำ 

บางคนภาวนาแล้วหงุดหงิด
เพราะเห็นแต่ความคิด ความหลง และความอยาก
คิดว่าปฏิบัติมาตั้งนานยังไม่เห็นมีสติเลย
เมื่อไหร่จะมีสติสักที 

อันที่จริง ทั้งความคิด ความอยาก และความหลง
ล้วนเป็นกระบวนการที่ทำให้เรา “รู้” ทั้งสิ้น 
ถ้าเราภาวนาเพื่อให้ได้ผลที่เรา ”ถูกใจ” 
คือได้ความสุข ความสงบ 
ได้สติอย่างที่เราต้องการ 
เราจะไม่รู้จักคำว่า "อนัตตา" เลย 

สภาวะที่เกิดขึ้นกับเราล้วนเป็น “ธรรมชาติ” ทั้งนั้น
ถ้าเราปฏิบัติแล้วไม่อยากให้มันคิด
นั่นคือเรากำลังฝืนธรรมชาติ
เวลามีความคิดเกิดขึ้น 
แค่รับรู้รับทราบแล้วปล่อยให้มันผ่านไป 
แล้วเราจะเห็นอนัตตา 
เราจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่เราบังคับบัญชาได้ 
ถ้าเราไม่รู้จักอนัตตาแล้วปัญญาจะเกิดได้อย่างไร

สิ่งที่เกิดขึ้นคือความ “ถูกต้อง”
สิ่งที่เราอยากได้คือความ “ถูกใจ”
ความถูกต้องมันง่ายกว่าความถูกใจ 
ความถูกต้องทำให้เราเห็นความจริงว่า
อะไร ๆ มันก็เป็นเช่นนั้นเอง
ความถูกใจทำให้เรามองไม่เห็นความจริง

ธรรมะอาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม ณ บ้านจิตสบาย

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การดับความพอใจ ไม่พอใจ ได้


"ความพอใจ ไม่พอใจ"
เป็นความคิดละเอียด ที่ควรรู้ให้ชัด
เพราะ..ความพอใจ ไม่พอใจ นี้
จะเป็นจุดเริ่มในการขยายตัว
ของอารมณ์ใจทั้งหมด เมื่อไร้สติ
หากรู้ว่า..
มีอาการพอใจ ไม่พอใจ..ก่อตัวขึ้น 
เพียงรู้..อาการนี้จะดับวูบไปเอง
และจะเกิด “ความว่างขึ้นในใจ" แทน
เมื่อมีการกระทบทางอายตนะ
และ รู้ อาการ นี้ เกิดขึ้น ดับไป บ่อยๆ
ความว่างทางใจ จะมีมากขึ้นๆ
"ใจจะปลอดโปร่งโล่งเบา 
ปราศจากความหนักความทุกข์"
ไม่ว่าจะมีเรื่องราวใดๆ มากระทบ
การดับความพอใจ ไม่พอใจ ได้
เป็นต้นทางสำคัญของการหลุดพ้น

อาจารย์ปู่ เอกธาตุ

Image by Couleur from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา