ผู้ใดเห็นภัยในวัฏฏะสงสาร ผู้นั้นเป็นภิกษุ


เมื่อพิจารณาเห็น ความตาย อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก 
ก็ไม่เพลินในวัฏฏะสงสารจนลืมตัว
ผู้ใดเห็นภัยในวัฏฏะสงสารอย่างเต็มที่ 
ก็ผู้นั้นเป็น ภิกษุ อย่างเต็มที่
จะเป็นหัวดำ หัวขาว สักเพียงไหนก็ตาม 
จะเป็นเพศอะไรก็ตาม ก็เป็นภิกษุในทางปรมัตถ์ .. 
พระบรมศาสดาทรงยืนยัน
ความเห็นภัยในวัฏฏะสงสารอย่างเต็มที่ 
กับความดับความเพลินในวัฏฏะสงสารอย่างเต็มที่
ก็มีรสชาติอันเดียวกัน
เมื่อไม่นอนใจในวัฏฏะสงสาร กับไม่นอนใจในกิเลสของตน 
ก็มีความหมายอันเดียวกัน

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

Image by StockSnap on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ถ้าเราสามารถดำรงตนให้เป็น "ทางผ่าน" ได้


| ท า ง ผ่ า น |

ถ้าเราสามารถดำรงตนให้เป็น "ทางผ่าน" ได้ ...
นั่นล่ะ คือการผ่านทางเรียบร้อยแล้ว!
ถ้าสามารถให้อะไร อะไร ผ่าน
จะสามารถผ่านอะไร อะไรได้
แต่ถ้ายังไม่ยอมให้อะไร อะไร ผ่าน
ก็ยังคงไม่สามารถผ่านอะไร อะไร อยู่
อะไรก็ผ่านมาแล้ว ...
ไยจึงไม่ยอมให้มันผ่านไปเล่า ?
ผ่านมาแล้วผ่านไป
ใยต้องชอกช้ำอีก ?
เจ็บมาแล้วไม่จำ ...
นี่ล่ะ!
ตามกฏการทดแทนน่ะ
เมื่อมีสิ่งหนึ่งจากไป
ต้องมีสิ่งใหม่เข้ามาทดแทน 
เสมอ ...
ฉะนั้น 
เหตุสมควรทุกข์ จึงไม่มีในโลก!
ถ้าอยากผ่านทาง
ต้องยอมเป็น " ทางผ่าน"
ให้ได้ ...

พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ

Cr.Fb.Lovely Ole
Image by StockSnap on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สติปัฏฐาน ๔ นี้ เกิดขึ้นแล้ว เป็นเหตุให้ปัญญาเกิดขึ้น


สติปัฏฐาน ๔ นี้ เกิดขึ้นแล้ว
เป็นเหตุให้ปัญญาเกิดขึ้น
ให้รู้ว่ากายไม่ใช่ตน ๑
ให้รู้ว่าเวทนาไม่ใช่ตน ๑
ให้รู้ว่าจิต อันได้แก่
ความที่จิตมีความยินดี หรือไม่ยินดีในกามารมณ์ 
ก็เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตน ๑
ให้รู้ว่าธรรมทั้งหลายไม่ใช่ตน ๑
เมื่อรู้ว่าทั้ง ๔ อย่างนี้ ไม่ใช่จิตไม่ใช่ตน
ก็เป็นพื้นฐานให้วิปัสสนาปัญญาเกิดขึ้น และ
ได้บรรลุอริยมรรค อริยผล พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้

หลวงปู่เจือ สุภโร

Image by DeltaWorks on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เนกขัมมะ คือการกลับเข้ามาดูภายในแห่งตน


คำว่า " เนกขัมมะ "
นั้นคนทั่วไปมักแปลว่าหมายถึง
การออกบวช การใส่ชุดขาว การไปนั่งสมาธิ
จริงๆ แล้ว ภาวะเนกขัมมะ
คือการกลับเข้ามาดูภายในแห่งตน
แล้วเกิดความเข้าใจจนรู้จักปล่อยวาง
ปลีกตนออกจากสิ่งที่เคยยึดติด คืออุปาทาน
เพราะถ้าเรารู้จักตนเองอย่างถึงที่สุดแล้ว 
เราจะเป็นอิสระจากความรักและความชัง
การบวชจึงไม่ใช่การเปลี่ยน
รูปลักษณะภายนอกมาสู่ผู้ทรงศีล
การบวช จึงมิใช่การทิ้งบ้านเรือน ไปสู่ป่า
เนกขัมมะ คือภาวะที่หลุดพ้น
จากสิ่งล่อลวงมายา และความยินดีในโลก
.....การเป็นนักบวช
จึงมิใช่เครื่องแบบ และสถานที่อาศัย
.....การเป็นนักบวช อยู่ที่ใจ
และวันใดที่ท่านก้าวพ้น ทั้งจาก
"ผู้ทุศีลและผู้ทรงศีล" ไม่ติดข้องทั้งสองฝั่ง
ท่านจะพบความสว่างแห่งปัญญาอย่างแท้จริง

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Cr. Fb.จันทร์โสภา ณ.เชียงใหม่
Image by Laurette57 on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ถ้าจิตได้เห็นกายว่า เป็นเพียงธาตุเพียงขันธ์


ถ้าลงจิตได้เห็นกายว่า
เป็นเพียงธาตุเพียงขันธ์และ
เป็นไตรลักษณ์ล้วนๆ จริงๆ ด้วยปัญญาแล้ว 
กิเลสอุปาทานทั้งหลาย
แม้จะเคยตั้งรากฐานบ้านเรือนลงในใจอย่างลึกสุดลึก 
ก็ทนอยู่ไม่ได้ จำต้องถูกถอนรากถอนโคนขึ้นมา
โดยไม่เหลือแม้ปรมาณูเลย 
จิตที่เคยถูกกดถ่วงด้วยอำนาจกิเลสตัณหา
จนกระดิกตัวไม่ขึ้น 
ก็จะดีดกระเด็นขึ้นมาอย่างฉับพลัน 
ยิ่งกว่าผู้ต้องหาพ้นโทษโดดออกจากเรือนจำเสียอีก

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by Pezibear on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


มารที่ร้ายกาจที่สุดคือการปรุงแต่ง


มารที่จะเป็นอุปสรรคให้เราหลงทาง คือการปรุงแต่ง 
หลักคำสอนในศาสนาพุทธ มารไม่ใช่ยักษ์ที่ไหน 
มารที่ร้ายกาจที่สุดคือการปรุงแต่ง 
เราเรียกอภิสังขารมาร 
การปรุงแต่งนี้มันถูกกระตุ้นเร้าจากสิ่งภายนอก 
เพราะทุกคนมีตา มีหู มีจมูก มีลิ้น มีกาย มีใจ 
ที่จะรับผัสสะทั้งหลาย ถ้าผัสสะอันนั้นขาดปัญญา 
ก็จะกลายเป็นปัญหา 
แต่ถ้าผัสสะนั้นมีสติ มันจะเกิดปัญญาที่งอกงาม

พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส


Image by padrinan on Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เพียงแค่รู้ ความโกรธจึงดับ


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


รู้ความเป็นอนัตตาของธรรมทั้งปวง เรียกว่า มีสัมมาทิฏฐิ



“อัตตา” ไม่มีอยู่จริง ที่กล่าวว่า “ตน”
ก็เป็นเพียงคำที่สมมติกันขึ้น
เพื่อให้สะดวกในการสื่อสารกันในหมู่มนุษย์
ปัญหามันเกิดขึ้นก็ตรงที่
พอสมมติกันแล้วก็หลงยึดถือ
ว่ามีตัวตนจริงๆ เรียกว่า "หลงสมมติ"
อัตตาไม่ใช่กิเลส ไม่ต้องละอัตตา
เพราะอัตตาไม่มีอยู่จริง
สิ่งที่จะต้องทำก็คือ รู้เท่าทัน
ตามความเป็นจริงว่าไม่มีอัตตา นั่นคือ
มีปัญญารู้ความเป็นอนัตตาของธรรมทั้งปวง
เมื่อรู้อย่างนี้ก็เรียกว่า มีสัมมาทิฏฐิ

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



บาปหนักที่สุดในโลก คือการไม่รู้ความคิดตัวเอง


บาปหนักที่สุดในโลก คือการไม่รู้ความคิดตัวเองนี่แหละ
จิตใจมันคิดแว๊บออกไป เราไม่รู้ไม่เห็นไม่เข้าใจ
การไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจนั่นแหละ มันเป็นบาปแล้ว
ทำไมจึงว่าเป็นบาป บาปเพราะมันดีใจเสียใจไปตามอำนาจความคิด
..เมื่อมันคิดปุ๊บ รู้ทันที การรู้การเห็นอันนี้
ท่านเรียกว่ากุศล หรือ ฉลาด หรือปัญญา..

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ถ้าเราแก้ใจได้ ปัญหาก็ไม่มี


ปัญหาของคนเรา มันก็อยู่ที่ใจนั่นแหละ
ปัญหาทุกอย่าง ถ้าเราแก้ใจได้ ปัญหาก็ไม่มี
ถึงมันจะมีปัญหา ก็เหมือนไม่มีปัญหา.. 
แม้แต่ความทุกข์ที่ร่างกาย ความป่วย ความเจ็บ 
ถ้าเราฝึกจิตให้วาง ถึงมีป่วย มีเจ็บ 
มันก็เหมือนไม่มีปัญหา 
เพราะจิตมันไม่ทุกข์เสียอย่าง 
เมื่อจิตมันปลง มันวาง 
มันไม่ยึดถือ มันก็ไม่ทุกข์
ไม่วุ่นวาย ไม่เร่าร้อน ไม่เดือดร้อน 
นั่นแหละคือมันหมดปัญหาได้

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ไม่ประมาท คือไม่ยึดติด


ไม่ประมาท

คำว่าไม่ประมาท ขององค์พุทธะ
คือ ทุกอย่างไม่ใช่สิ่งยึดติด 
อย่าประมาทของการเข้าไปหลงยึด หลงติด 
อย่าไปหลงมัน อย่าเป็นทาสมัน ไม่ใช่การยึดเกาะ 
ต้องไม่เกี่ยวเลยกับการเกิด การตาย การคอยอยู่
หรือ อินจัดเพลิดเพลินจริงจังในการใช้ชีวิต 
ใช้ชีวิตเป็นแบบไม่หลงนั้นแหละ ไม่ประมาท
การที่ไม่หลงนั้นแหละ คือ ไม่ประมาท 

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เห็นตาม “ความเป็นจริง”



การที่เราสามารถที่จะถอนตัว
จากการเข้าไปยินดีและยินร้าย
หรือว่าตัวที่ "เข้าไปเป็น" ได้ไวเท่าไร 
นั่นคือการเห็นตาม “ความเป็นจริง”มากเท่านั้น 
ถ้าเรายังเผลอเข้าไปยินดีและยินร้ายกับสิ่งเหล่านั้น 
นั่นคืออาการบิดเบือน ความเป็นจริงที่กำลังปรากฏ 
บิดเบือนด้วยอวิชชาคือความหลงของเรา 
บวกตัณหา คือความอยาก และผลสุดท้าย
คืออุปาทาน ที่เข้าไปยึดด้วยความหมายมั่น

พระอาจารย์ครรชิต อกิญฺจโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อรหันต์ เขาเป็นกันที่เราไม่ใช่เป็นที่เกาะ


อย่าเที่ยวซุกซนทำตนเป็นคนถือมงคลตื่นข่าว 
ความดีไม่ใช่อยู่ที่คนอื่น ความดีอยู่ที่เรา 
ใครเขาเป็นอรหันต์ เราไปเกาะเขาเราจะได้อะไร 
ความเป็นอรหันต์ เขาเป็นกันที่เราไม่ใช่เป็นที่เกาะ 

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน


ภิกษุ ท. !! เราจักแสดง ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน แก่พวกเธอ
พวกเธอจงฟัง จงทำในใจให้ดี เราจะกล่าว
ภิกษุ ท. !! ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพานนั้น เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุ ท. ภิกษุในกรณีนี้ ...
ย่อมเห็นซึ่งจักษุว่าอนัตตา
ย่อมเห็นรูปทั้งหลายว่าเป็นอนัตตา
ย่อมเห็นจักษุวิญญาณว่าเป็นอนัตตา
ย่อมเห็นจักษุสัมผัสว่าเป็นอนัตตา
ย่อมเห็นซึ่งเวทนาอันเป็นสุขเป็นทุกข์หรืออทุกขมสุข 
ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัยว่าเป็นอนัตตา
ภิกษุ ท. นี้แล คือ ปฏิปทาเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน นั้น


- สฬา.ส° ๑๘/๑๘๖/๒๓๔

...

ปล. กรณีของ โสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ และมนะ ก็ทรงตรัสไว้ด้วยข้อความอย่างเดียวกัน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ละกามตัณหา ก็ต้อง "เห็น"


ละกามตัณหา กามราคะ ละปฏิฆะได้ 
ก็ต้อง "เห็น" นี่แหละ เห็นมันเกิดเห็นมันดับ 
ไม่ยึด ไม่ติด ไม่ข้อง
"ตัณหา" นี่ห้ามไม่ได้ 
มันเกิด ถ้าเรารู้เท่าทันก็จบ 
เราไม่ทำตาม ก็หมดเลย 
ตัณหาก็เป็นของเกิดดับ ไม่มีตัวเรา.. 

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ใช่เรื่องสําหรับคนแก่


อย่าทําเล่นกับเรื่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
มันไม่ใช่เรื่องสําหรับคนแก่ หรือว่าเป็นเรื่องเอาไว้สวดศพคนตาย
แล้วมันเป็นเรื่องที่ต้องนํามาใช้ในชีวิตประจําวันสําหรับคนเป็น ๆ

ท่านพุทธทาสภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ชีวิตที่มีความสุข



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความรักที่พระพุทธองค์มอบให้กับสรรพสัตว์


ความรักที่พระพุทธองค์มอบให้กับสรรพสัตว์นั้น 
หาประมาณไม่ได้ ทรงรักพระอานนท์เช่นไร 
ก็รักพระเทวทัตเท่านั้น ไม่เคยมีแบ่งแยก 
ไม่เคยทรงหวังให้ใครมาตอบแทนพระองค์ 
แต่เราได้ตอบแทนความรักของพระองค์ 
ด้วยการขวนขวายในการนำใจ ออกจากกองทุกข์นี้หรือยัง
ความปรารถนาที่สุด
คือความไร้ซึ่งความปรารถนา
การกระทำทุกๆ อย่าง 
เพื่อไปสู่การไร้ซึ่งการกระทำ 
คิดทุกๆ อย่าง
เพื่อไปสู่การไร้ซึ่งความยึดถือในความคิด 
มุ่งหน้าต่อไป เพื่อไปถึงการไม่มีมา ไม่มีไป

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


แก่นสารของความรัก



แก่นสารของความรักคือการรู้ทาง
ที่จะร่วมกอดคอเดินหน้าไปสู่ความดับทุกข์ 
ไม่เหลือแม้น้ำตาอาลัยกันในยามตาย

ดังตฤณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราไม่ทุกข์เพราะความโง่ของเรา


สัมมาทิฏฐิ คือ เห็นตรงๆ
เห็นกายว่าเป็นกาย เห็นเวทนาเป็นเวทนา
เห็นจิตสักแต่ว่าจิต
อารมณ์ก็สักแต่ว่าเป็นอารมณ์
ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎของไตรลักษณ์
คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ถ้าเราไปจมอยู่ในมัน ก็เป็นทุกข์แหละชีวิตนี้
งั้นเราไม่ทุกข์เพราะความโง่ของเรา
แต่ทุกข์มันเป็นธรรมชาติของมัน
อย่างกายนี้เป็นทุกข์โดยธรรมชาติ
เกิดแล้วมันก็เสื่อม
ธรรมชาติมันก็เสื่อมของมันแบบนี้แหละ
พระพุทธเจ้าก็ตายเป็น ใครก็ตายเป็น เสื่อมเป็น
แต่เราจะเอาจิตเข้าไปฝังอยู่ในนั้นมั้ย
ถ้าเราฝังอยู่ในอารมณ์ เราก็ออกไม่ได้
เราจะตายทั้งเป็น ตายแล้วตายอีกอยู่อย่างนั้น
ไม่มีวันหลุดรอดจากธรรมชาติได้

หลวงตาสุริยา วัดป่าโสมพนัส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


จิตจึงถูกย้อมด้วยความหลง


ธรรมชาติจิตนั้นมีแต่รู้อยู่เฉย ๆ 
รู้แล้วก็ดับไป 
แต่สติปัญญาที่ไม่รู้เท่าทันมัน 
จึงไปนำสิ่งเหล่านั้นมาสำคัญ
ว่าเป็นตัวเรา ว่าเป็นของเรา 
จึงหลงยินดียินร้ายไปกับตัวสังขารที่ปรุงแต่งขึ้นมา 
จริง ๆ แล้วภายนอกทั้งหมดก็ไม่มีอยู่ในใจ 
สิ่งที่มีอยู่ในใจก็แค่สังขาร
กับความรู้ที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ต่อเนื่องเป็นสาย 
ไม่มีอะไรเป็นของเรา เป็นตัวเราที่แท้จริง 
สิ่งภายนอกไม่มีอยู่ในใจ ว่างจากในใจหมด 
แต่ความไม่เห็นแจ้งในความจริงเหล่านี้ 
จึงสำคัญผิด จึงเห็นผิด จึงรู้ผิด ว่ามันมีอยู่ 
จิตจึงถูกย้อมด้วยความหลง 
ด้วยความรู้ไม่เท่าทันสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต 
จึงเรียกว่าหลงสมมติ

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การที่เราไปช่วยคน ภาวนามันจะไปง่าย


การที่เราไปช่วยคน ได้บารมีนะ 
เวลาเราภาวนามันจะไปง่าย ไปได้เร็วขึ้น 
คนไม่มีบุญไม่มีบารมีมันไปยาก 
หลวงพ่อสังเกตุดู นักปฏิบัตินะ
บางคนก็ทำหัวปักหัวปำนะ
บางคนก็ปฏิบัติไปตามธรรมดานี่แหละ 
แล้วมีโอกาสสร้างคุณงามความดีอะไรก็ทำ
ปรากฏว่าใจเขามันพัฒนาได้เร็วกว่า 
เร็วกว่าพวกหมกมุ่นปฏิบัติซะอีก 
พวกหมกมุ่นปฏิบัติทำเพราะอยากจะเอา 
พวกเนี้ยช้า บารมีมันไม่เต็ม

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อย่าไปพยายามเพ่งจ้อง


จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อันโทษของคนอื่นเห็นง่าย


อันโทษของคนอื่นเห็นง่าย 
แต่ฝ่ายของตัวเห็นได้ยาก 
สิ่งที่เราทำผิดอยู่ ไม่รู้สึกตัว 
แต่ผู้อื่นทำเล็กๆ น้อยๆ ก็รู้ได้ เข้าใจ
นี่คือว่า ใจส่งออก ใจไม่สงบตั้งมั่น 
ใจไม่นึกถึงความตายที่จะมาถึงตน
จิตมันวุ่นวายแส่ส่ายไปในแต่เรื่องภายนอก 
ไม่มารู้แจ้งรู้จักรู้จริงภายในตัวของตัวเอง 
ปล่อยให้ความประมาทมัวเมาเข้าทับถม 
จิตใจก็มืดมิดปิดบัง 
เมื่อมืดมิดปิดบังมากเข้าเท่าไหร่ 
ไม่มีทางรู้สึกตัวได้

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร  

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ความสุขที่แท้จริง คือ


ความสุขที่แท้จริง คือ 
การไม่มีตัวเราไปทำอะไร เพื่อให้เป็นอะไร 
ไปพยายามดู ไปรู้ เห็น ไปละ 
ไปปล่อย ไปวาง มันจะเหน็ดเหนื่อยมากเลย 
มันจะสงบ หรือ ไม่สงบก็ไม่ใช่เราซะอย่างเดียว 
จะจิตฟุ้งหรือจิตสงบก็เป็นอาการ มีค่าเท่ากัน 
มันได้แต่รู้ว่ามันมีอาการอะไร 
อาการที่ถูกรู้เป็นสังขารที่มันไม่เที่ยง 
แต่เราเป็นผู้ไม่มีอาการ มันไม่มีใครได้อะไร 
ตัวเราไม่มี แล้วจะมีใครได้อะไร 
มันจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครเป็น 

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สุขของการปล่อยวาง


สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบนั้นไม่มี.. 
มันมีสุขที่ยิ่งกว่านั้นอีก คือ สุขของการปล่อยวาง 
สุขของการทำลายความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง 
..เราทุกข์เพราะอะไร 
ทุกข์เพราะความยึดมั่นถือมั่น.. 
เรามีอะไรเราก็ยึดสิ่งนั้น มีกายก็ยึดกาย 
มีทรัพย์สมบัติก็ยึดทรัพย์สมบัติ 
มีสามี ภรรยา ลูกหลาน ก็ยึด 
เราจะดับทุกข์ได้เพราะไม่มีตัวเอง 
เมื่อเราไม่มี ทรัพย์สมบัติก็ไม่มี 
เพราะมันไม่มีตัวเอง เราก็ไม่รู้จะเอาเพื่อใคร 
เราไม่ใช่เราแท้ เราเพียงชั่วคราว 
เมื่อจบตัวเรา ทุกอย่างในโลกนี้ ก็จบหมด

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เวลาทำบุญทำทาน ไม่มีสติรักษาจิตใจ



เวลาทำบุญทำทาน ไม่มีสติรักษาจิตใจ
เมื่อมีเรื่องไม่ดีอะไรกระทบกระทั่งมา ก็เสียอกเสียใจ
หรือว่าโกรธเกลียดขึ้นมา หงุดหงิดขึ้นมาอย่างนี้
มันก็ทำให้บุญกุศลมันเสื่อมไป
แทนที่จะได้บุญกุศลเต็มที่ บุญกุศลกลับร่อยหรอลงไป
เพราะว่าจิตตัวเองไปสมคบกันกับบาปอกุศล
ดังนั้นแหละ ท่านจึงสอนรักษาจิตใจให้ดี

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

มันจะเป็นญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ



ถ้าหากว่าเราหมดความสงสัย 
อยู่ด้วยความว่างแล้ว 
มีความสุขมา ทุกข์มา ดีมา ชั่วมา เราก็วาง 
อาการวางนี้มันจะเป็นญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ 
มันสงบแล้ว มันพ้นจากความวุ่นวาย 
มันเป็นโลกุตรจิตแล้ว 
มันไม่พัวพันอยู่ในโลกแล้ว 
มันจะเป็นญาณอะไรหรือ
ไม่ใช่ญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ 
มันเป็นอยู่อย่างนั้นพอแล้ว ลักษณะมันพอ 
ไม่หวั่นไหวแล้ว อยู่ไปเพราะความรู้ 
อยู่ไปเพราะความรู้เท่าตามความเป็นจริง 
มีความรู้ไม่ยึดความรู้นั่นอีก 
ไม่ยึดอะไรทั้งหลายทั้งปวง 
ความรู้ก็ไม่ยึด ว่าไม่รู้ก็ไม่ยึด 
ชั่วก็ไม่ยึดดีก็ไม่ยึด......

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การบำเพ็ญตบะในทางพระพุทธศาสนา


การบำเพ็ญตบะในทางพระพุทธศาสนาก็คือขันติ
เรานิยมแปลว่าความอดทน
แต่หมายถึง อาการที่จิตมีความคงที่ มั่นคง
ไม่หลงไปตามสิ่งปรุงแต่งต่างๆ
เป็นการอนุโลมคล้อยตามสัจธรรม คล้อยตามความจริง
ไม่หลงไปเที่ยวตะครุบอันหนึ่ง
ไม่หลงไปผลักไสอันหนึ่ง
เห็นมันเป็นอย่างนั้นของมันเอง
เป็นไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ
ภาษาเราทุกวันนี้เรียกว่ายอมรับ
หรือยอมจำนนต่อธรรมชาติ
ไม่ได้ไปฝืน ไม่ได้ไปยินดี ไม่ได้ไปปฏิเสธ

อ.สุภีร์ ทุมทอง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



โง่จริงๆ เลย..ที่ต้องมาเกิด



ครั้งหนึ่ง ผมไปเห็นภพภูมิที่เกิดมา 
มองไปสุดตาทิพย์ ตาทิพย์ ยาวกว่าตานี้มากนะ 
สุดตาทิพย์แล้ว ยังมองไม่จบภพชาติที่เราเวียนเกิดจนถึงปัจจุบัน 
เราเป็นอะไรต่างๆ มาเยอะเลย...ผมเห็นแล้วน้ำตาไหล 
ไม่ใช่ไหลเพราะเกิดปีติ แต่เพราะเกิดความสมเพชตัวเอง 
เพราะสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏให้เราเห็นด้วย "ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ"
คือเครื่องประจานความโง่ของเรา โง่จริงๆ เลย..ที่ต้องมาเกิด
ภพแล้วภพเล่า เรียงเป็นลำดับ เหมือนเอาอะไรมาเรียงให้เราดู 
จนสุดตาทิพย์ยังดูไม่หมด นั่นคือชีวิตที่เราเกิดมา เป็นอย่างนั้นเอง

ดร.สนอง วรอุไร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา