การหลุดพ้น ที่แท้จริง


หลุดพ้นเสียจากความรู้สึกว่า
กู หลุดพ้นแล้ว...
นั่นแหละ! จึงจะเป็นการหลุดพ้น ที่แท้จริง
.
ต่อเมื่อใด
ไม่มี...ความรู้สึกที่เป็นอุปาทาน
ว่า“ตัวกู” ว่า“ของกู” เมื่อนั้นแหละ!
จึงจะเรียกว่า..
ไม่มีอะไรติดเป็นการหลุดพ้นที่แท้จริง ฯ
พูดอีกอย่างหนึ่ง ก็ต้องพูดว่า
มันไม่มี...ใครติด
มันไม่มี...ใครหลุด
ว่าง...จากตัวคนที่จะติด หรือจะหลุด
นั่นแหละ! จึงจะเป็นการหลุดพ้นที่แท้จริง
.
ท่านพุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยายประจำวันเสาร์ ภาควิสาขบูชา
หัวข้อเรื่อง “สุขแท้เมื่อสิ้นสุดแห่งความสุข”
แสดง ณ สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา
เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๕
จากหนังสือชื่อ “สุขแท้เมื่อสิ้นสุดแห่งความสุข”
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

26 ม.ค.69



 

การช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด


การบรรลุธรรม
คือการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ที่เราสามารถให้แก่โลกได้
Our own self-realization is the greatest service
we can render the world.
~Sri Ramana Maharshi

ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

26 ม.ค.69


 

อัตตา มีอยู่แต่เพียงในความยึดถือ


"อัตตา" เป็นคำบาลี แปลว่า
ตน ตัว หรือ ตัวตน
(ในรูปสันสกฤตเป็น "อาตมัน")
พุทธธรรมสอนว่า "ตัวตน"
หรือ "อัตตา" นี้ไม่มีอยู่จริง
แต่เป็นสิ่งที่สมมติขึ้น
เพื่อสะดวกในการสื่อสาร
เพื่อความหมายรู้ร่วมกันของมนุษย์
ในความเป็นอยู่ประจำวัน
กำหนดตามชื่อที่บัญญัติขึ้น
หรือตั้งขึ้นสำหรับเรียกหน่วยรวม
หรือภาพรวมหนึ่งๆ
"อัตตา" นี้จะเกิดเป็นปัญหาขึ้น
ก็ต่อเมื่อคนหลงผิดเกิดความยึดถือ
ขึ้นมาว่ามีตัวตนจริงๆ หรือเป็นตัวตนจริงๆ
เรียกว่า รู้ไม่เท่าทันความเป็นจริง
หรือ "หลงสมมติ"
อัตตาไม่ใช่เป็นกิเลส
มิใช่สิ่งที่จะต้องละ
เพราะอัตตาไม่มีอยู่จริง
จึงไม่มีอัตตาที่ใครจะละได้
อัตตา มีอยู่แต่เพียงในความยึดถือ
สิ่งที่จะต้องทำก็มีเพียง
การรู้เท่าทันตามเป็นจริงว่า "ไม่มีอัตตา"
หรือ "ไม่เป็นอัตตา"
อย่างที่เรียกว่า "รู้ทันสมมติ" เท่านั้น
พูดอีกนัยหนึ่งว่า
ละความยึดถือในอัตตา
ละความยึดถือว่าเป็นอัตตา
หรือถอนความหลงผิดในภาพของอัตตา
หรือในบัญญัติแห่งอัตตาเสีย เท่านั้น
.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
ที่มา : จากหนังสือ "ไตรลักษณ์"
หัวข้อเรื่อง "อัตตา กับ มานะ"
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

26 ม.ค.69


 

ผู้ที่สันโดษ เปี่ยมความสุขภายใน


ผู้ที่สันโดษ เปี่ยมความสุขภายใน
จะไม่แสวงหาสิ่งใด ที่ตนไม่มี
และเข้าใจ ว่าสิ่งใดก็ตามที่ตนมี
ไม่ใช่สิ่งที่ตนจะเป็นเจ้าของได้
ท่านหวู ซิน
The man of contentment
seeks nothing
that he doesn’ t have
and understands
that whatever he has
isn’ t his to own.
—° Wu Hsin °—
ภาพและข้อความ
the Bridge towards awareness

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

26 ม.ค.69