รู้ทันความเผลอคิดได้จะกลายของดี


"ใจที่เผลอคิด" คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง 
อย่าไปกลัวหรือหงุดหงิดเวลาเผลอ
และไม่ต้องไปห้ามความคิด 
แต่ให้ฝึกรู้ทัน 
ใจที่เผลอคิดถ้ารู้ไม่ทันแบบนั้นไม่ดีแน่ 
แต่ถ้ารู้ทันความเผลอคิดได้จะกลายของดี

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by yookiwon80 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อย่าเคลื่อนไหวฟรีๆ


อย่าเคลื่อนไหวฟรีๆ
พยายามใส่ใจที่จะรู้บ้าง
อย่าคิดฟรีๆ ต้องรู้บ้าง
อย่าทุกข์ฟรีๆ อย่าโกรธฟรีๆ ให้มีสติรู้บ้าง
เป็นการเสริมสร้างให้สติเกิดขึ้นบ่อยๆ
แล้วสิ่งนั้นก็จะเกิดเป็นความเคยชิน เป็นอัตโนมัติ

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

Image by zhangliams from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ขอให้กลับมารู้สึกตัวให้ทัน


เพราะความรู้สึกตัวไม่ชัด
ความรู้สึกตัวไม่หนักแน่นพอ
ความรู้สึกตัวไม่ทั่วพร้อมพอ
จิตจะหลงทางเข้าไปใน
ความคิดปรุงแต่งทันที
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย
พอได้โอกาสปุ๊บ ปรุงแต่งปั๊บทันที
ขอให้กลับมารู้สึกตัวให้ทัน

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

Image by kirillslov from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การให้อภัยนั้นเป็นทั้งวิปัสสนา และบุญใหญ่


ให้อภัยกันได้ อโหสิ ยอมกันบ้าง 
การให้อภัยนั้นเป็นทั้งวิปัสสนา
และบุญใหญ่กว่าการให้ทานด้วยวัตถุ
สร้างวัด สร้างเจดีย์ งานกฐิน มาร้อยวัด
ยังไม่เท่าการให้อภัย ให้อโหสิ ครั้งเดียวเลย

ให้หมดใจ ไม่โกรธ ไม่อาฆาต
ไม่ขอเอาคืน หรือเก็บมาทำร้ายใจตนเอง 
ให้อภัยเป็น
ก็จะเป็นวิปัสสนาและหลุดพ้นไปในตัว


พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม
Image by ThaiThu007 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


คนมีปัญญาเรียกร้องสิทธิที่จะไม่ทุกข์


คนส่วนใหญ่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน 
แต่คนมีปัญญาเรียกร้องสิทธิที่จะไม่ทุกข์

ท่าน ว.วชิรเมธี

Image by AlemCoksa from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



สมาธิของพระพุทธเจ้าแปลว่า "ความตั้งมั่น”



สมาธิของพระพุทธเจ้าไม่ได้แปลว่า "สงบ”
สมาธิของพระพุทธเจ้าแปลว่า "ความตั้งมั่น”
จิตมันตั้งมั่นอยู่ ไม่ไหลนั่นเอง
โดยที่ไม่ได้บังคับไว้
ถ้าบังคับไม่ให้ไหล ก็ใช้ไม่ได้...

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

Image by susan-lu4esm from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ว่างจากสมมติ ว่างจากความรู้


..สมมตินั้นเป็นแค่ภาพ เป็นแค่สิ่งที่แทนให้รู้ภายนอก.. 
สิ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่ในใจจริง... 
ตั้งสติให้ตั้งมั่น ให้ดูมัน 
สมาธิตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวกับความรู้ภายในทั้งหมด 
ถ้าสติตั้งมั่น สมาธิตั้งมั่น 
ปัญญาก็จะเห็นแจ้งความจริงของสิ่งเหล่านี้ 
มันเกิดขึ้นแล้วดับไปหมด ไม่มีอะไรเป็นของเรา 
ไม่มีอะไรเป็นตัวเรา ไม่มีอะไรเป็นตัวตนของเรา 
เรียกว่าอนัตตาธรรม
ถ้าเห็นดั่งนี้ ความว่างจากความเป็นของเรา 
เป็นเรา เป็นตัวตนของเรา ก็อยู่ตรงนั้นนั่นเอง 
สมมติมีอยู่ เมื่อไม่เอามัน ก็เท่ากับว่างจากสมมติตรงนั้น 
ความรู้มีอยู่ ถ้าไม่เอามัน ไม่หลงมัน 
ก็เท่ากับว่างจากความรู้ตรงนั้นนั่นเอง 
จิตที่ประกอบด้วยสติสมาธิปัญญาเห็นแจ้ง 
จึงเป็นจิตที่อิสระ จิตที่ปล่อยวางนั่นเอง


พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



วางสุข ทุกข์ไม่ต้องวางก็หายไปเอง


ดูก่อนอานนท์ ..
บุคคลทั้งหลายผู้ที่จะรู้ว่า
สุขทุกข์ติดกันอยู่นั้นหายากยิ่งนัก
มีแต่เราตถาคตผู้ประกอบด้วยทศพลญาณนี้เท่านั้น
บุคคลทั้งหลายที่ยังเป็นปุถุชนคนโง่เขลานั้น 
ทำความเข้าใจว่า
สุขก็มีอยู่ต่างหาก ทุกข์ก็มีอยู่ต่างหาก
ครั้นถือเอาสุข เราก็ได้สุข
เราไม่ถือเอาทุกข์ ทุกข์ก็ไม่มีดังนี้
เพราะเหตุที่ว่าเขาไม่รู้ว่าสุขทุกข์ติดกันอยู่
เขาจึงไม่พ้นทุกข์
เมื่อผู้ใดอยากพ้นทุกข์ ก็ให้วางสุขเสีย
ก็เป็นอันละทุกข์วางทุกข์ด้วยเหมือนกัน
ใครเล่าจะมีความสามารถพรากสุขทุกข์ออกจากกันได้
ถ้าเราตถาคตพรากสุขและทุกข์ออกจากกันได้ 
เราจะปรารถนาเข้าสู่พระนิพพานทำไม
เราจะถือเอาแต่สุขอย่างเดียว
เสวยแต่ความสุขอยู่ในโลกนี้ 
ก็เป็นอันสุขสบายพออยู่แล้ว นี้ไม่เป็นเช่นนั้น 
เราแสวงหาสุขโดยส่วนเดียว ไม่มีทางที่จะพึงได้
เราจึงวางสุขเสีย
ครั้นวางสุข ทุกข์ไม่ต้องวางก็หายไปเอง อยู่กับเราไม่ได้

คิริมานนทสูตร

Image by Buhaan_ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อย่าถือเอาแม้อย่างเดียว


อาการของธรรมทุกแง่ที่เกิดกับจิต  
อาการจิต ความสัมผัสรับรู้ 
ในขณะที่อารมณ์มากระทบจิต 
ไม่ให้พลั้งเผลอและนอนใจในอารมณ์ 
นั่นแล เรียกว่า ความเพียร ..
ดี ชั่ว , สุข ทุกข์ , เศร้าหมอง ผ่องใส ... 
จงตามรู้ด้วยปัญญา 
แล้วปล่อยวางไว้ตามสภาพ 
ไม่ยึดถือและสำคัญว่าเป็นตน
สิ่งใดปรากฏขึ้น จงกำหนดรู้ 
อย่าถือเอาแม้อย่างเดียว
รู้ชั่ว ปล่อยชั่ว 
ถ้ากลับมาหลงดี ถือสิ่งที่ดีว่าเป็นตน 
นี้ก็ชื่อว่าหลง
จงระวังการมีสติ หรือเผลอสติในขณะนั้นๆ 
อย่าตามกังวล เป็นความผิดทั้งนั้น

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by danfador from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ความเพียรแบบสายลมพัดผ่าน


ความเพียรในการปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่แปลก 
เราไม่อาจใช้ความเพียร
ในลักษณะเดียวกับการทำสงคราม 
ถ้าเราต้องการเอาชนะกิเลส 
นั่นคือการเพิ่มพลังให้กิเลส 
แม้เราไม่ต้องการเอาชนะ เพียงแค่ทำความเข้าใจ 
กิเลสกลับลดลงอย่างน่าประหลาด 
การทำความเพียรในแง่มุมของการปฏิบัติ
จึงมีความหมายตรงกับคำว่า “ไม่เพียรไม่พัก” 
เราไม่ได้ทำจริงจังนักแต่เราก็ไม่หยุดทำ 
ไม่ใช่ความเพียรแบบพายุ 
แต่เป็นความเพียรแบบสายลมพัดผ่าน..

คุณพศิน อินทรวงค์

Image by Free-Photos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา