ความไม่พอเป็นธรรมชาติของมนุษย์



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ต้องฝึกใจให้เหมือนนักโทษ ที่หนีออกจากคุกได้แล้ว



อุบายการปฏิบัติธรรม ต้องฝึกใจให้เหมือนนักโทษ
ที่หนีออกจากคุกได้แล้ว ไม่ยินดีที่จะกลับเข้ามาในคุกอีก
ถึงนายคุมจะเอาสิ่งที่เรารักไปหลอก
เพื่อผูกมัดตัวก็จะไม่หลงกล..
ฝึกใจให้ปฏิเสธในคำว่าตัวเรา ของๆ เราเสมอ
ถ้าใจมีความรักความผูกพันในสิ่งใดนั้นหมายถึง
ใจได้ถูกกิเลสตัณหาผูกมัดใจไว้ได้แล้ว
ผู้ปฏิบัติอย่าประมาท ฝึกสติปัญญามาเป็นคู่อยู่กับใจตลอดเวลา
จึงจะหาช่องทางออกจากวัฏสงสารนี้ได้

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อย่ามัวเป็นทาสกิเลสกันเลย



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ว่าเวลาใด ให้จดจ่ออยู่ในการรักษาจิต



การทำความเพียรละกิเลสนั้น
อยู่ที่เพียรทำจิตให้เป็นสมาธิ
ไม่ว่าเวลาใด ให้จดจ่ออยู่ในการรักษาจิต
ไม่ปล่อยให้อำนาจกิเลสใดๆ มาสิงสู่ในจิตได้
ตั้งจิตให้มั่นคงที่สุด เมื่ออารมณ์ใดมากระทบ
ไม่ให้จิตนี้หลงไปตาม รู้อยู่เฉพาะจิตดวงที่รู้อยู่นั้น
ถ้าจิตดวงนี้ยังหลงใหลไปได้ ก็แสดงว่าความเพียรยังอ่อน
ให้เพียรพยายามมากขึ้นไปอีก
ให้ความประพฤติปฏิบัติทุกส่วนก้าวไปข้างหน้าอย่าถอยหลัง
จงคอยระวังตัวสังขารมารจะมากั้นกลาง
ไม่ให้ทำความเพียรอันเยี่ยมยอดนี้
มารสังขารตัวนี้ มันจะยึดให้อยู่กับที่ นั่นหนึ่ง
และมันจะดึงถอยหลังคืนไปหากิเลส โทสะ โมหะอีกหนึ่ง
ผู้ทำความเพียรเพื่อละกิเลสทั้งหลาย
อย่าหลงใหลไปตามกิเลสทั้งหลาย
อย่าหลงใหลไปตามกิเลสนั้นๆ

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ใจที่ใสสะอาดจึงเห็นกิเลส



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การหัดรู้จิต ไม่มีวิธีการอะไรที่ยุ่งยาก




การหัดรู้จิต ก็ไม่มีวิธีการอะไรที่ยุ่งยากเลย
เพียงแค่หัดให้เกิดความรู้สึก
หรือรู้ได้เองบ่อยๆ ว่า มีกายมีจิตอยู่
โดยไม่ต้องมีความจงใจจะรู้ให้ได้ว่ามีกายมีจิตอยู่
และไม่ต้องบังคับให้รู้ได้ว่ามีกายมีจิตอยู่
แต่ในการหัดให้รู้ว่ามีกายมีจิตอยู่ได้เองบ่อย ๆ นั้น
ในตอนแรก ๆ ก็คงต้องอาศัยความจงใจอยู่บ้าง
เพราะส่วนมากแล้วถ้าไม่จงใจจะรู้ลงมาที่กายที่จิตตัวเอ
ก็จะไม่ยอมรู้กายไม่ยอมรู้จิตได้เองเลย
ซึ่งเป็นเพราะคนเรานั้น ล้วนแต่มีความเคยชิน
ที่จะหลงลืมกายลืมจิตตัวเองไป 
เมื่อหลงลืมไปก็จะไม่รู้สึกเลยว่า มีกายมีจิตตัวเองอยู่
เพราะเอาแต่หลงไปรู้อยู่ในรูปที่ตาเห็นบ้าง
หลงไปรู้อยู่ในเสียงที่หูได้ยินบ้าง
หลงไปรู้อยู่ในเรื่องราวที่กำลังคิดบ้าง
หลงไปรู้อยู่ในสัมผัสทางกายบ้าง
หลงไปรู้อยู่ในรสที่ลิ้นกำลังได้รับบ้าง
หรือไม่ก็หลงไปรู้อยู่ในกลิ่นที่จมูกกำลังได้รับบ้าง
ดังนั้นในเบื้องต้น หากยังไม่สามารถรู้สึกได้ว่
มีกายมีจิตได้เองอย่างไม่จงใจ 
ก็ต้องหัดรู้แบบจงใจไปก่อน 
แม้ว่าการรู้แบบจงใจนี้จะยังไม่ใช่การรู้ที่ถูกต้องก็ตาม
และเมื่อยังต้องรู้แบบจงใจ ก็ต้องทราบด้วยว่ายังรู้แบบจงใจ
แล้วเมื่อจิตมีพัฒนาการมากขึ้น
ต่อไปก็จะสามารถรู้ได้เองโดยปราศจากการจงใจ

อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราต้องมีสติที่ตรึงไว้อย่างมั่นคงในร่างกาย



จิตจะหมุนไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
แค่ดึงสติให้กลับมาอยู่กับร่างกาย 
เป็นวิธีที่จะรักษาจิตใจให้มันถูกต้อง 
อาจจะเป็นการดูลมหายใจเข้าออก 
หรือ พิจารณาเวทนาอยู่ในร่างกาย 
มีสติในทุกอิริยาบถ หรือธาตุทั้งสี่ ก็แล้วแต่ 
สิ่งที่สำคัญ คือเราต้องมีสติ
ที่ตรึงไว้อย่างมั่นคงในร่างกาย

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



อย่าประมาทกิเลสเพียงเล็กน้อย



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อย่ายึดเอาของยืม มาเป็นของเรา



อย่ายึดเอาของยืม มาเป็นของเรา
เพราะเมื่อถูกเอาคืนไป ก็ต้องเศร้า
เพราะของยืมใช้ชั่วคราว ไม่เป็นไปได้ดั่งใจ
ถ้ายึดสิ่งใดไว้ก็ต้องทุกข์เพราะสิ่งนั้น
เพราะเราจะให้มัน ไม่เปลี่ยนแปลง แต่มันเปลี่ยนแปลง
จะให้มันเป็นสุข .. แต่มันเป็นทุกข์
จะให้ได้ดั่งใจ .. แต่มันไม่ได้ดั่งใจ
จะเอามาเป็นของเรา .. แต่มันไม่ใช่ของเรา
มีแต่ของยืม ที่ต้องคืนไปตามเวลา
ดูจิตมีปัญญาเห็นความจริง .. จะไม่เพลิดเพลิน
เมื่อไม่เพลิดเพลิน ก็จะเบื่อหน่าย
ในสิ่งที่เคยหลงยึดไว้ว่าเป็นของเรา
เมื่อไม่ยึดไว้ก็คลาย
เมื่อคลายก็ปล่อย
เมื่อปล่อยก็หลุด
เมื่อหลุดก็เป็นอิสระจากเครื่องผูกมัด
ที่ร้อยรัดมัดจิต มานานแสนนาน

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



คนที่มีสติเหมือนกับอยู่ในบังเกอร์ป้องกันอารมณ์



คนที่มีสติเหมือนกับอยู่ในบังเกอร์ป้องกันอารมณ์
ที่มันจะเกิดขึ้น ทางตา ทางหู ทางจมูก
ทางลิ้น ทางกาย ทางจิตใจ
ถ้าคนไม่มีสติเหมือนกับคนยืนอยู่โดดเดี่ยว
ลูกศรมาทางทิศใด ก็อาจจะถูก
เป็นการเสวยเวทนาตลอดชาติตลอดชีวิตถ้าไม่มีบังเกอร์
เพราะฉะนั้น บังเกอร์ของการรบกับศัตรู
คือกิเลสทั้งหลาย คือสติ
บังเกอร์ที่ปลดเปลื้องจิตวิญญาณออกจากแอกก็คือ สติ

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ต้องรู้จักยอมรับว่าตนยังมีกิเลส



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ให้รู้ตัวอยู่ปัจจุบันจนเป็นอัตโนมัติ



คำว่า “ปัจจุบันธรรม” 
ให้รู้ตัวอยู่ปัจจุบันจนเป็นอัตโนมัติ 
รู้ลมหายใจเข้า-ออก 
รู้ใจ รู้ทุกอย่างนั้นแหละ 
รู้ทุกอย่างในกายของเรา 
จนกระทั่งถึงรู้ใจของเรา 
ใจที่ปราศจากกิเลสเป็นอย่างนี้ 
ใจที่ไม่เกิดเป็นอย่างนี้ 
ใจที่ไม่มีความกังวล 
ไม่มีความฟุ้งซ่านเป็นอย่างนี้ 
เราก็จะได้มองเห็น

พระอาจารย์สำราญ ธมฺมธุโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ความสงบมาจากสติควบคุมใจให้อยู่ภายใน



ความสงบเป็นสิ่งที่ปรารถนาของทุกคนในโลกนี้ 
แต่คนส่วนมากต้องการเฉยๆ แต่ไม่ทำ 
ไม่ทำเหตุที่จะให้เกิดความสงบ
ก็เลยไม่ได้พบกับความสงบ..
ที่เป็นทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่า ตัณหา นั่นเองแหละ
มันยั่วใจอยู่เสมอ ทำให้จิตใจนั้นดิ้นรนออกไปไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ดังนั้นผู้ใดรู้ตัวอย่างนี้แล้วก็อย่าไปยอมตกเป็นทาสตัณหา 
ตัณหามันจะชวนให้คิดไปไหนต่อไหนก็อย่าไปตามมัน 
ต้องมีสติเข้ามาควบคุมจิตใจนี้ให้ตั้งอยู่ภายใน..
การที่เราหัดหมั่นระลึกเข้ามาหากายหาจิตนี้บ่อยๆ น่ะ 
เป็นการฝึกสติสัมปชัญญะให้มันแก่กล้าขึ้นในใจ 
ถ้าผู้ใดไม่หมั่นเข้ามาเพ่งดูกายดูใจนี้บ่อยๆ แล้ว
แสดงว่าผู้นั้นไม่ได้ฝึกสติให้แก่กล้า 
ก็ไม่สามารถที่จะทำใจให้สงบอยู่นานได้เลย 
สงบไปนิดๆ หน่อยๆ แล้วมันก็คิดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้น 
ก็เลยไม่ได้เรื่องอะไร ไม่ได้ความอุ่นใจเลย

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การรักษาจิตที่ดีที่สุด



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าไม่มีปัญญาเห็นโทษภัยในวัฏสงสาร



ถ้าไม่มีปัญญาเห็นโทษภัยในวัฏสงสาร 
ปัญญาของกิเลสมันก็จะให้เห็นสิ่งที่ดีในวัฏสงสาร..
นั่นแหละเป็นค่ายกล กับดักของกิเลส 
ให้เรามีความเพลิดเพลิน 
มีความยินดีในวัตถุธาตุทั้งหลาย
ในทรัพย์สมบัติ ในลาภยศสรรเสริญ 
นั่นเป็นทางล่อของกิเลส
ถ้าเราหลงเผลอไปยินดี มันก็ออกไม่ได้..

พระอาจารย์อัครเดช (ตั๋น) ถิรจิตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


รู้ซื่อๆ กับธรรมเท่านั้นเอง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราไม่เห็นค่าของชีวิตที่พบพระพุทธศาสนา



จงเข้าใจเถิดว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์
พบพระพุทธศาสนาได้นั้น 
มันเป็นอะไรที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก 
มันเป็นสิ่งที่ประเสริฐอย่างยิ่งนะ 
ไม่รู้จะเรียกว่าประเสริฐยังไง 
แต่เราไม่เห็นค่าของสิ่งนี้ เราจึงประมาทกันนัก
เราถึงประมาทและใช้ชีวิตให้เสียไปกับเรื่องไร้สาระเสียมากมาย 
เราเอาชีวิตที่มีค่านับพันล้าน นับหมื่นล้าน 
มาใช้ทำประโยชน์แค่พันสองพันบาทเอง 
มีเงินนับพันล้านมาลงทุนเพื่อให้ได้กำไรทีละพัน สองพัน 
มันจะมีประโยชน์อะไร นั่นคนเรากำลังใช้ชีวิตกันอย่างนั้น เข้าใจไหม

พระอาจารย์ชยธมฺโมภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ความทุกข์เป็นทรัพยากรของการปฏิบัติ



ความทุกข์เนี่ย เป็นทรัพยากรของการปฏิบัติ
คนที่มีความสุขมาก ๆ ไม่ค่อยปฏิบัติหรอก เพลิน
งั้นเวลาที่ความทุกข์เกิดขึ้นนะ ให้เรารู้ทัน
ใจเศร้าหมอง...รู้ว่าใจเศร้าหมอง
ใจไม่ชอบ...รู้ว่าไม่ชอบ
ใจอยากให้มันพ้นไป...รู้ว่าอยาก
อาศัยความทุกข์นี่แหละมาคอยรู้เท่าทันใจของเรา
ไปเรื่อย ๆ มันถึงจะเกิดพัฒนา
เมื่อเวลาที่ความทุกข์ผ่านไปแล้วนะ เราจะเติบโต
เราจะรู้สึกเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
ความสุขไม่ทำให้คนเติบโตหรอก ความสุขทำให้คนหลง
งั้นเวลาที่มีความทุกข์นั้นแหละ เป็นเวลาที่ดีนะ
ถ้าเรามีสติจะดีมากเลย อย่าไปอยากให้หาย
ทุกข์ให้รู้ ไม่ใช่ทุกข์ให้ละ
เวลามีความทุกข์เกิดขึ้นใจไม่ชอบ...ให้รู้ว่าไม่ชอบ
ดูอย่างนี้นะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



รู้ คือการตัดทางเข้าสู่มรรค



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ธรรมะติดตัวเราข้ามภพข้ามชาติได้



ธรรมะมีคุณค่ามากที่สุดเลย
เพราะติดตัวเราข้ามภพข้ามชาติได้.. 
แต่ธรรมะที่จะติดตัวข้ามภพข้ามชาติได้
ต้องเป็นธรรมะที่เข้าสู่ใจแล้ว 
ถ้าเข้าสู่สมองไม่ข้ามภพข้ามชาติ
เพราะสมองไม่นานก็เสื่อม 
ฉะนั้นธรรมะนี่จำเอาไม่ได้ ต้องพาจิตให้ดูของจริง
พาจิตให้ดูความจริงของกาย พาจิตให้ดูความจริงของจิตใจ 
ให้ดูให้มากๆ จนมันฝังเข้าไปในจิตใจ 
มันเกิดความรู้ถูกความเข้าใจถูกขึ้น..

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ผู้มาปฏิบัติใจจนแจ่มกระจ่าง



ผู้มาปฏิบัติใจ คือตัวมหาเหตุ
จนแจ่มกระจ่างสว่างโร่แล้ว
ย่อมสามารถรู้อะไรๆ ทั้งภายในและภายนอก
ทุกสิ่งทุกประการ สุดจะนับประมาณได้..

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต 


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รู้ลมหายใจ



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

งานเอ๋ย งานหลัก



งานเอ๋ย งานหลัก...
คือถอนรัก หักชัง ระวังจิต
ถ้าปล่อยกาย ปล่อยใจ ไปตามคิด
จะโดนพิษ ชัง-รัก ปักจนตาย

พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เอกภาพของชีวิตเริ่มที่ความรู้สึกตัว



เอกภาพแห่งชีวิตจะมีขึ้น ก็จะต้องเริ่มจาก 
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม (สติ-สัมปชัญญะ) ก่อน 
ทำอยู่เสมอๆ เป็นประจำๆ แล้วใช้สติคอยดูความคิด
ที่เกิดขึ้นเป็นประจำๆ เสมอๆ เช่นกัน
วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า 
อย่าเบื่อ อย่าท้อแท้ อิดหนาระอาใจ 
จงคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับชีวิต

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การรู้สึกตัวออกจากโลกความคิดคือการภาวนา



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หลุดพ้นนี้ คือหลุดพ้นจากอารมณ์ของโลก



จิตเราถูกตรึงกับโลกนี้ มันทุกข์มาก 
คือเราไม่มีความเป็นอิสรภาพ 
ถ้าเกิดว่าจิตดวงนี้พ้นจากความตรึงตรงนั้นได้ 
คนนั้นคือหลุดพ้น 
ที่เราเคยได้ยินคำว่า “หลุดพ้น”
หลุดพ้นนี้ คือหลุดพ้นจากอารมณ์ของโลก
(คือสังขารหรือการคิดปรุงแต่ง ได้แก่กิเลส)
ฉะนั้น การปฏิบัติธรรมทั้งหมด
ต้องมีจุดหมายปลายทางเดียวกันว่า 
ทำอย่างไรจิตของเราจะหลุดพ้นออกจากโลกใบนี้ 
หลุดออกจากอารมณ์อันนี้  หลุดจากอารมณ์ของโลกทั้งหมด 
แล้วมันจะหลุดพ้นได้หรือ หลุดได้ ! ไม่ใช่หลุดไม่ได้ 
พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย
ท่านหลุดพ้นไปก่อนหน้าแล้ว 
และเราเองเป็นผู้ที่จะเดินทางตามต่อไป

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ถ้าเราเจริญเมตตาบ่อยๆ คุณธรรมจะไปได้เร็ว



ถ้าเราเจริญเมตตาบ่อยๆ คุณธรรมจะไปได้เร็ว
เทคนิคง่ายๆ เลย คนที่ภาวนาแล้วไม่ค่อยไปไหน
..จิตของบุคคลนี้ไม่ค่อยเจริญเมตตา
เมตตาน้อย กุศลจิตมันไม่อาจตั้งได้
พอมีคลื่นกระแสจิตมากระทบ
โลภ โกรธ หลง เข้ามาพัด ทลายอีกแล้ว
แต่ถ้าเราเจริญเมตตาภาวนา มีสติตั้งได้ มีจิตอันรู้อยู่
อาตมาให้เวลา ๓ เดือน ธรรมนี้รุดหน้าไปมากเลยล่ะ

จริงๆ พอความเมตตาได้แผ่ซ่านไปจนทั่วอณูของจิตแล้ว
เรื่องที่คิด คำที่พูด สิ่งที่ทำ งดแล้วซึ่งการเบียดเบียน
การทำลาย การให้ร้าย การอาฆาตพยาบาท
นี่มันคืออาการของการดำริชอบ
เจริญอยู่ในอริยมรรคแล้วนะ
เห็นไหม มันสำคัญ

พระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




เป้าหมายไม่ได้สำเร็จด้วยการขอพร



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คุกคือความคิด



คุกคือความคิด
******
เรื่องการงานต่างๆ เพื่อเลี้ยงอัตภาพ
เป็นเครื่องมือให้ดำรงอยู่
ไม่ต้องเสียเวลากับมันมากมาย
แต่เวลาที่เราจะต้องมาทำให้จิตวิญญาณ
เป็นอิสระจากสิ่งนี้ มันต้องทำให้มาก
เพราะเราเป็นนักโทษของวัฏฏสงสาร
มาไม่รู้กี่ภพกี่ชาติแล้ว
เราก็น่าจะรู้จักเข็ดหลาบขาบจำบ้าง
ให้อยู่ในคุกอย่างนี้ตลอดก็ไม่ไหว
เอาตัวออกมาจากคุกเสียบ้าง

คุกคือความคิด
ที่เกิดจากอวิชชา ตัณหา อุปาทาน
เป็นคุกขังใจเรา ออกไปไม่ได้

ในที่สุดเราก็มาสร้างคุก สร้างบ้าน
สร้างลูก สร้างภรรยา สร้างครอบครัว
สร้างวงศ์สกุล สร้างภาระหน้าที่มากมาย
เป็นคุกหลายชั้นๆ เข้าไป
จนยากที่จะพังมันออกมา

คนไหนที่สามารถออกจากคุก
มาทีละชั้นได้
ก็เป็นอิสระมากขึ้น

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




อย่าคิดน้อยใจ จงสร้างเหตุปัจจุบัน



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

บริหารจิต เพื่อขณะสำคัญที่สุด



หลายคนอาจสงสัยว่า
ทำไมต้องบริหารจิต คำตอบก็คือ 
จะได้เอาใช้ในเวลาที่สำคัญที่สุด
คือ ตอนสภาวะจิต ณ ขณะตาย 
ซึ่งจิตก็จะไปตามสภาวะนั้นๆ 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในวัยชราภาพด้วยแล้ว 
ย่อมมีโรคภัยที่จะมาสร้างความเวทนา 
ความเจ็บปวดตอนจิตจะละสังขาร 
ดังนั้น ถ้าจิตไม่ได้รับการฝึกหัดมา 
บ่มบุญ บ่มสติมา ก็ยากที่จะตั้งจิตไว้ได้

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ถ้าจะแก้กรรมเวรให้ถูกจุดตรงๆ แล้ว ต้องทำสมาธิ



ถ้าจะแก้กรรมเวรให้ถูกจุดตรงๆ แล้ว ต้องทำสมาธิ
เพราะการทำสมาธิ เป็นการฝึกหัดจิตโดยตรง
คือตัวผู้ก่อกรรมทำเวรนั่นเอง
เมื่อจิตเห็นความส่งส่ายเป็นตัวกรรมเวรแล้ว
ก็จะได้ตั้งสติควบคุมจิตให้อยู่ในความสงบ
มีสติรู้อยู่อย่างเดียว
ไม่ส่งส่ายออกไปแสวงหากรรมเวร
แล้วกรรมเวรของจิตก็จะสิ้นสุดลงเพียงแค่นี้

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ใจเป็นกลาง จึงพ้นวิบาก



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เหนือความทุกข์ คือ เหนืออารมณ์



ที่ว่า.. “เหนือความทุกข์” 
นั่นก็คือ “เหนืออารมณ์” 
อารมณ์ของโลกมันไม่เข้าไปหาจิต 
จิตมันว่าง..
มันไม่รับเอาอารมณ์ทั้งหลายเข้ามา 
แต่ไม่ใช่ไม่มีนะ .. มันมี...
พวกอารมณ์ผ่านไปผ่านมา.. “เห็น”.. 
แต่ว่าจิตไม่เอาเข้าไป..
ไม่เข้าไป ‘in’ ..ไม่เข้าไปเป็นของเรา

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา