รู้เห็นอย่างนี้ เป็นการปฏิบัติธรรม


..การที่หลงเข้าไปยึดถือ
มีตัวตนเข้าไปยึดถือแต่ละครั้ง เป็นทุกข์ เป็นสมุทัย
“การรู้เท่าทัน” แต่ละครั้งเป็นมรรค เป็นนิโรธ
ดังนั้นถ้าหลงปั๊บ! เป็นทุกข์ เป็นสมุทัย
สติรู้ทันปั๊บ! เป็นมรรค เป็นนิโรธ
มันก็เลยเกิดขณะจิตเดียวกัน
เกิดพร้อมแล้วดับพร้อม คือ หลงเกิดปุ๊บ! แล้วก็รู้ทัน…
ที่หลงก็ดับพร้อม
ก็เลยเป็นอริยสัจ 4 “เห็นอริยสัจ 4”
พระพุทธเจ้ามีชีวิตอยู่ ก็สอนอริยสัจ 4 เป็นส่วนใหญ่
คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
ก็เท่ากับว่าการรู้เห็นอย่างนี้
เป็นการปฏิบัติธรรมตามคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว
หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย
หนังสือที่สุดแห่งธรรม ๑
Image by flutie8211 from pixabay

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

2 ก.พ.69


 

10 บทเรียนชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด


10 บทเรียนชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
โดย Sri Ramana Maharishi

1.การบรรลุธรรม คือการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราสามารถให้แก่โลกได้
2.ความสุขคือธรรมชาติของเธอ การปรารถนาความสุขไม่ใช่เรื่องผิด ที่ผิดคือการแสวงหาความสุขจากภายนอก ขณะที่มันอยู่ภายใน
3. เธอจะหยุดความคิดฟุ้งซ่านได้ก็ต่อเมื่อเธอไม่สนใจมัน
4. ไม่มีทั้งอดีตและอนาคต มีเพียงปัจจุบันเท่านั้น
5.ปล่อยสิ่งที่ "มา" มา ปล่อยสิ่งที่ "ไป" ไป แล้วดูสิว่าอะไรยังอยู่
6.สิ่งเดียวที่จำเป็นต่อการบรรลุธรรมคือ “การหยุด”
7. ในที่สุด ทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจะต้องถูกลืม
8.ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้โดยปราศจากความพยายาม... ผู้ที่ประสบความสำเร็จล้วนเป็นหนี้บุญคุณของความเพียรพยายาม
9.จงใส่ใจแต่เรื่องของตนเอง ใส่ใจสิ่งที่เธอมาที่นี่เพื่อกระทำ จงรู้ว่าตัวเองเป็นใครก่อน แล้วค่อยพูดถึงเรื่องอื่นๆ
10.จงทำสิ่งที่ถูกต้องในขณะนั้นๆ แล้วปล่อยวางมันไป
10 Greatest Life Lessons
by Sri Ramana Maharishi
1.Your own Self-Realization is the greatest service you can render the world.
2.Happiness is your nature. It is not wrong to desire it. What is wrong is seeking it outside when it is inside.
3.You can only stop the flow of thoughts by refusing to have any interest in it.
4.There is neither Past nor Future. There is only the Present.
5.Let what comes come. Let what goes go. Find out what remains.
6.All that is required to realise the Self is to “Be Still."
7.Eventually, all that one has learnt will have to be forgotten.
8.No one succeeds without effort... Those who succeed owe their success to perseverance.
9.Mind your business. Take care of what you came here for. Find the ‘I’ first and you may afterwards speak of other matters.
10.Do what is right at a given moment and leave it behind.

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

2 ก.พ.69


 

คนส่วนใหญ่ไม่ได้แสวงหาความจริง


คนส่วนใหญ่ไม่ได้แสวงหาความจริง
แต่แสวงหาความสุขสบายในภาพลวงตา
"Most people are not seeking truth—
they are searching for comfort in illusions."
Friedrich Nietzsche

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

2 ก.พ.69


 

หนทางนั้นไม่ใช่อะไรอื่น


หากคุณปรารถนาจะหลีกพ้นจากความทุกข์
แห่งการเวียนว่ายตายเกิด
คุณต้องเรียนรู้หนทางสู่การตรัสรู้โดยตรง
หนทางนั้นไม่ใช่อะไรอื่น
นอกจากการรู้แจ้ง “จิตของตนเอง”
จิตของตนเองคือ
ธรรมชาติพื้นฐานของสรรพสัตว์ทั้งปวง
ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ตั้งแต่ก่อนบิดามารดาจะถือกำเนิด
ก่อนที่ร่างกายนี้จะเกิดขึ้น
จึงเรียกว่า “ใบหน้าดั้งเดิม”
จิตนี้บริสุทธิ์โดยกำเนิด
เมื่อร่างกายเกิด จิตไม่เกิด
เมื่อร่างกายตาย จิตไม่ตาย
ไม่มีเพศ ไม่มีรูปร่าง
ไม่อาจกล่าวว่าเป็นดีหรือชั่ว
ไม่มีอุปมาใดเข้าถึงได้
จึงเรียกว่า ธรรมชาติแห่งการรู้แจ้ง
หรือพุทธภาวะ
....
เทศนาของอาจารย์เซนบัสซุย
แปลโดย โทมัส เอฟ. เคลียรี
จาก: Original Face:
An Anthology of Rinzai Zen
(Grove Press, 1978, หน้า 93)

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

2 ก.พ.69


 

ความสงบจะเกิดขึ้นได้


ความสงบจะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณตระหนักว่า
สิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ
ควรอยู่นอกเหนือการเก็บมาคิดด้วย
Peace comes when you realize that everything
that's out of your control,
should be out of your mind too.

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

2 ก.พ.69


 

ความจริงของขันธ์ 5


ความจริง 3 ระดับ
พอภาวนา สุดท้ายเราก็จะรู้
ความจริงของขันธ์ 5
ความจริงเบื้องต้นคือ
มันไม่ใช่ตัวเรา ตัวเราไม่มี
ความจริงขั้นกลางก็คือ
ร่างกายนี้เป็นตัวทุกข์
ความจริงขั้นท้ายก็คือ
จิตนั้นเป็นตัวทุกข์
ความจริง 3 ระดับ
ถ้าเข้าใจความจริงสุดขีดเรียกว่า
รู้แจ้งแทงตลอดในอริยสัจ 4 แล้ว
จิตก็จะไม่เข้าไปรวมกับอารมณ์อีกต่อไป
จิตไม่เสวยอารมณ์
จิตรู้อารมณ์แต่ไม่เข้าไปเสพอารมณ์
ฉะนั้น จิตพวกเรา
สังเกตไหมมันจะวิ่งเข้าไปเสพอารมณ์
เวลารู้อะไรมันจะไหลเข้าไปเกาะตรงนั้น
มีตัณหา มีอุปาทาน
แล้วก็ไปเสพอารมณ์อยู่ตรงนั้น
ถ้าภาวนาสุดขีด
จิตมันไม่เสพอารมณ์ มันรู้
จิตชนิดนี้ ตำราเขาเรียกว่า มหากิริยาจิต
ของเรามันเป็นกุศลจิต อกุศลจิต
แต่ของพระอรหันต์ท่านเป็นกิริยาจิต
คือจิตที่ไม่เสพอารมณ์ รู้เห็นไปเท่านั้นเอง
บอกแผนที่อันนี้ไว้ให้ทรงจำไว้
หรือไม่ก็เวลาเขาเอาไปขึ้นยูทูป
ขึ้นอะไรเซฟเอาไว้
วันหนึ่งข้างหน้าจะได้ใช้
เพราะว่าต่อไปไม่มีใครสอนหรอก
.
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
20 กรกฎาคม 2568
รับฟังเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/uHT4CkGeZlU?si=yM5cgw9pZhVNq5sY

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

2 ก.พ.69