เพราะคิดมาก จึงไม่ได้ดำรงอยู่



เดการ์ตบอกว่า ฉันคิด ฉันจึงเป็นอยู่ (I think there for I am) 
แต่สำหรับหลวงปู่แล้ว เพราะฉันคิดมากไป 
ฉันจึงไม่ได้ดำรงอยู่ตรงนั้นอย่างแท้จริง 
สูญเสียความเป็นตัวเองไปในความคิด 
เมื่อฝึกปฏิบัติการหายใจ หยุดคิด 
ฉันอยู่ตรงนั้นอย่างแท้จริง สัมผัสกับความอัศจรรย์ของชีวิต
พุทธศาสนาประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ๒ ประการ 
ประการแรกคือ การหยุด (สมถะ) หยุดคิด หยุดวิ่ง 
จากนั้นเราฝึกการพิจารณามองอย่างลึกซึ้ง
ถึงธรรมชาติแท้จริงของสิ่งนั้นๆ (วิปัสสนา) 
เพื่อจะได้ปัญญารู้แจ้ง เพื่อปลดปล่อยเธอ
เธอคิดได้ แต่การปฏิบัติการมองอย่างลึกซึ้ง
จะทำให้เธอคิดในวิถีที่ถูกต้อง ซึ่งจะหล่อเลี้ยงและเยียวยา 
และเธอควรฝึกที่จะหยุดคิด
เพื่อหล่อเลี้ยงและเยียวยาตัวเธอเช่นกัน

ท่านติช นัท ฮันห์

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความรู้สึกตัวนี้แหละ ไม่ทำให้เราหลง



อยากให้พวกเราทำความรู้สึกตัวให้มากๆ  
ความรู้สึกตัวนี้แหละ ไม่ทำให้เราหลง 
และเป็นการทำให้เราเห็นตัวชีวิตจิตใจจริงๆ 
อันที่จริงแล้วชีวิตจิตใจของคนนั้น ไม่เคยมีความทุกข์ 
เมื่อใดเราเผลอตัว เรียกว่า “หลง” จึงถลำไปกับสิ่งที่เราคิด 
ความคิดเหล่านั้น ก็เกิดการปรุงแต่ง สร้างเรื่องราวขึ้น 
เมื่อสร้างเรื่องขึ้น ก็ออกนอกตัวไป ไม่รู้ตัวเอง 
ไหลไปตามอำนาจของเรื่องราวต่างๆ ที่สร้าง 
สิ่งเหล่านั้นจึงทำให้เกิดความทุกข์..

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ความคิดเป็นเสมือนต้นตอของชีวิต 
ทุกชีวิตมิได้มีความเป็นเอกภาพแห่งตัวเอง 
จะต้องตกอยู่ในอิทธิพลของความคิด 
เมื่อความคิดถูกมรรคปัญญาควบคุม สังขารตัวปรุงก็จะถูกขจัดไป 
จะเหลือเพียงเนื้อแท้แห่งความผุดผ่องของความคิดฝ่ายสัมมาทิฐิล้วนๆ 
จงทําความรู้สึกตัวอยู่ทุกขณะ ใช้สติเฝ้ามองดูความคิดทุกภาวะที่เกิดขึ้น
 นี่เป็นวิถีทางที่จะรีดกระแสชีวิตของเราให้เรียวบางลง
จากการห่อหุ้มของ โมหะ โทสะ โลภะ 
อันเสมือนเปลือกและกระพี้ของชีวิต 
ก็จะเหลือเพียงแก่นอันกลมกลึงเสลาบริสุทธิ์ล้วนๆ ของชีวิต

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การเห็นความจริงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักปฏิบัติธรรม



การเห็นความจริงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักปฏิบัติธรรม 
ถ้าหากทำแต่ความดี แต่ไม่เปิดใจเห็นความจริง
ก็ยังต้องถูกความพลัดพราก ความเจ็บป่วย 
รวมทั้งความตาย คุกคามเล่นงานบีบคั้น 
ไม่ใช่แค่กายเท่านั้น แต่ยังบีบคั้นจิตใจด้วย 
เมื่อยอมรับความจริง เห็นความจริงแล้ว 
แม้เจอความพลัดพรากสูญเสีย ใจก็สงบได้ 

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เพียงแต่ว่างจากความคิดปรุงแต่ง



...เพียงแต่เราทำให้มันว่างจากความคิดปรุงแต่งต่างๆ
 ซึ่งล้วนแต่นำไปสู่การเกิดและการดับอยู่ตลอดกาล 
และนำไปสู่ความทุกข์เดือดร้อนใจกับสัตว์โลกและโลกอื่นไปโดยสิ้นเชิงเท่านั้น 
เราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีวิธีปฏิบัติเพื่อการตรัสรู้
และอะไรทำนองนั้น ทั้งหลายทั้งสิ้นเลย..

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความทุกข์และกิเลส เกิดตอนเผลอเท่านั้น



จำไว้นะ ความทุกข์และกิเลส
เกิดตอนเผลอเท่านั้น 
ถ้ามีสติขึ้นมา ไม่มีกิเลส ไม่มีความทุกข์ 
จะเห็นแต่ธาตุ เห็นแต่ขันธ์ 
เขาทำงานของเขา 
เห็นขันธ์นั้นน่ะมันมีความทุกข์.. 
แต่เราไม่ทุกข์กับขันธ์เลย 
ต่างคนต่างอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

“รู้จริงตามเป็นจริง” ก็จบ



ขันธ์ห้าที่มีอยู่มันเป็นมาโดยธรรมชาติ โดยหน้าที่ 
มันรู้ตัวเองไม่ได้ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาตัวเอง 
ให้รู้จักตัวเองตามความเป็นจริง เท่านี้เอง 
ให้รู้จริงตามเป็นจริง ไม่ได้มีเรื่องมาก 
เป็นเรื่องเดียวคือ ก็หมดแล้ว ..

หลวงพ่อไพฑูรย์ ขันติโก

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ถ้าเจริญสติจนมีกำลัง ธรรมะอื่นๆ จะเกิดขึ้นเอง



ในการปฏิบัตินั้น รายละเอียดของแต่ละสำนักเท่านั้น
ที่แตกต่างกัน แต่ก็มีหลักการอันเดียวกัน 
คือพระพุทธเจ้าจะสอนให้มีสติเสียก่อน 
เพราะสติเป็นหลักธรรมที่สำคัญที่สุด 
ถ้าเจริญสติจนมีกำลังขึ้นเรื่อยๆ 
ธรรมะอื่นๆ จะเกิดขึ้นเอง 
นี้คือสิ่งที่พระพุทธเจ้ารับรองเอาไว้

พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความรู้สึกว่ามีตัวเราคือ ปัญหาของมนุษย์




เพราะมีความรู้สึกว่ามี "ตัวเรา" จึงมีทุกข์
เราไปตลาดเจอคนทะเลาะกัน เราเฉย ๆ 
พอเขาเอ่ยชื่อเราเท่านั้น ทุกข์เลย 
เห็นสุนัขของคนอื่นโดนรถทับตาย เราก็เฉย ๆ 
แต่พอมันเห็นหมาเรานี่ ใจเราเป็นอย่างไร นี่ทุกข์ทันทีเลย 
มันมีเรา ของเราขึ้นมา มันเลยทุกข์
ความรู้สึกว่ามีตัวเราคือ ปัญหาของมนุษย์..
ทำอย่างไร เราจะดำเนินชีวิตโดยไม่มีความรู้สึกว่ามีตัวเราได้ 
นี่คือสิ่งที่พระพุทธองค์พยายามปลุกเรา
ให้ตื่นขึ้นมองโลกในอีกทัศนะหนึ่ง
ที่ไม่มีตัวตนดำเนินชีวิต
ถ้าเราทำได้นั่นคือ การดำเนินชีวิตพรหมจรรย์ 
หรือดำเนินชีวิตด้วยอริยมรรคมีองค์ 8..

หลวงพ่อโพธินันทะ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ถึงไม่มีใครดับกิเลส กิเลสเค้าก็ดับเอง



เหมือนไฟกองหนึ่ง 
แม้จะกองใหญ่ขนาดไหน แม้ไม่มีใครดับ 
แต่ขอเพียง "ไม่เติมเชื้อไฟ" 
เมื่อไฟหมดเชื้อ ไฟก็ดับเองโดยธรรมชาติ
นักปฏิบัติฯ ทั้งหลาย ก็เปรียบเสมือนผู้นั่งดูกองไฟ
ไฟเป็นของร้อน แต่จะไม่ร้อนเพราะไฟ 
หากเพียงแต่นั่งดู ไม่กระโดดเข้าไปในกองไฟ
เราจะกระโดดเข้าไปในกองไฟทำไมล่ะ ?
โทสะเกิด โมโหไอ้โทสะนี้มากเลย หงุดหงิด อึดอัด ไม่ชอบ อยากกำจัด!
การกระโดดลงไปในกองไฟ ถือว่าโดนอวิชชาคลุมจิตเรียบร้อยแล้ว
หลงทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
ลองอดทนดูนะ!
เมื่ออดทนดู จนเห็นไฟดับไปต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกใหม่จะเกิดขึ้นมาว่า ... 
อ๋อ! ถึงไม่มีใครดับไฟ ถึงไม่มีใครดับกิเลส กิเลสเค้าก็ดับเองโดยธรรมชาติ
มันเป็นอย่างนี้นี่เอง!!!

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เมื่อรู้จริง จะปล่อยวางเอง




..การปฏิวัติเพื่อสร้าง “ที่พึ่ง” ก็ไม่มีเรื่องอื่น 
มีแต่เรื่องการพิจารณาควบคุมจิตใจ 
การพิจารณาให้ปลงตก ไม่ยึดมั่น
จนสามารถปล่อยวางได้ในที่สุ
เมื่อรู้ด้วยสติปัญญาออกมาจริงๆ แล้ว 
มันก็จะปล่อยวางอะไรต่ออะไรออกไปได้เอง ..

ท่าน ก.เขาสวนหลวง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ในเมื่อตัวตนจริงๆ ไม่เคยมี แล้วจะวางตัวตนตรงไหน ?




เมื่อไม่มีอะไรอยู่ในมือ แล้วจะวางอะไร ?
ในเมื่อตัวตนจริงๆ ไม่เคยมี
แล้วจะวางตัวตนตรงไหน ?
ถ้ายังมีการพยายามวางตัวตน 
ก็มีตัวตนนั่นแหละเป็นผู้วางตัวตนซึ่งไม่มีอยู่จริง
อยู่ให้เหนือการปล่อยวางนั้นเสีย 
ก็หมดตัวตนที่จะต้องวางอะไรไปเอง...


พระอาจารย์มหาวิเชียร ชินวังโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
https://www.facebook.com/Jaturataweep/

เราเป็นทุกข์ เพราะกังวลที่จะไปดับความคิด



การปฏิบัติ ไม่ได้ปฏิบัติแล้วสงบ 
เราปฏิบัติให้เท่าทันความคิด 
ให้เท่าทันอารมณ์ ให้เห็นอารมณ์ต่างๆ มันเกิดขึ้น 
อารมณ์ต่างๆ มันมีอยู่ เดี๋ยวมันก็ดับไป
ความคิดต่างๆ มีอยู่ เดี๋ยวมันก็ดับไป...
เพราะอะไร? เพราะว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 
เกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา
ดับไปเป็นธรรมดา คือ เป็นธรรมดาที่มันต้องดับไป 
ที่เราเป็นทุกข์อยู่ เพราะเรากังวลที่จะไปดับมั

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
https://www.facebook.com/Jaturataweep/

ต้องรักษาตัวรู้ดั้งเดิมของเราไว้ให้ตลอด



จะรู้จะเห็นอะไร ก็ให้สักแต่ว่ารู้ ไม่ให้เป็นไปตามเขา 
จิตดั้งเดิมของเรามันไม่มีอะไร มันรู้อยู่ทุกอย่างอยู่แล้ว 
แต่พอมีสิ่งต่างๆ มาสัมผัสทั้งภายนอกภายใน
ก็ทำให้เราเผลอสติปล่อยตัวรู้ ลืมตัวรู้ที่มีอยู่ดั้งเดิมเสีย 
ไปรับสิ่งที่เอามาทีหลังแล้วก็ทำไปตามเขา 
คือ เป็นสุขเป็นทุกข์ อะไรต่างๆ 
ที่เราเป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่า
เราไปรับเอาสิ่งสมมติต่างๆ เข้ามายึดมั่นถือมั่น 
ถ้าเราจะไม่ให้เป็นไปตามสิ่งต่างๆ 
เราก็ต้องรักษาตัวรู้ดั้งเดิมของเราไว้ให้ตลอด 
ตัวสติ ต้องมีไว้มากๆ 

ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

นักปราชญ์ให้ความสำคัญกับวันตายมากกว่าวันเกิด



นักปราชญ์เขาไม่ได้ดีใจกับ “วันเกิด” นะ 
เขาดีใจกับวันตาย คือเขาให้ความสำคัญกับวันตายมากกว่าวันเกิด 
เพราะวันเกิดมันผ่านมาแล้ว 
มันเป็นอดีตไปแล้ว มันไม่มีความหมายอะไร 
ตัวที่จะมีความหมายก็คือ “วันตาย” 
เป็นวันทดสอบจิตใจว่าจะสอบตกหรือจะสอบผ่าน 
อันนี้ต่างหากที่เราต้องให้ความสำคัญ 
เราต้องเตรียมตัวทำข้อสอบกัน

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

งานเป็นฐานสร้างสติให้เป็นมหาสติปัฏฐานได้




เมื่อเวลาทำงาน เอาจิตไปจดจ่ออยู่ที่งาน
จะเป็นงานอะไรก็ได้ เอาจิตไปรู้อยู่ที่งาน
ที่ทำด้วยความจดจ่อ ด้วยความตั้งใจ 
จิตกับสติอย่าให้พรากจากกัน
ให้จดจ่ออยู่กับงานที่ทำ
แล้วงานจะกลายเป็นอารมณ์ของจิต
เป็นเครื่องรู้ของจิต เป็นเครื่องระลึกของสติ
เป็นฐานสร้างสติให้เป็นมหาสติปัฏฐานได้

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เวลาดูจิตเราไม่ได้ดูให้ “นิ่ง”



เวลาดูจิตเราไม่ได้ดูให้ “นิ่ง” 
ดูจิต เราต้องการจะให้เห็น
จิตเปลี่ยนไม่หยุด เห็นจิตเปลี่ยนไปเรื่อยๆ 
แล้วจิตจะไม่ไปผูกติดกับอารมณ์ใด
อารมณ์หนึ่งเพียงอารมณ์เดียว..


พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สุขเกิดเพราะไม่ติดอยู่กับอะไรในโลก




สุขจะเกิดขึ้นได้อย่างไร 
สุขจะเกิดได้ เพราะศีลบริสุทธิ์ 
มีอารมณ์จิตทรงฌาน 
มีปัญญาญาณรู้เท่าความเป็นจริงของสังขาร 
ไม่ติดอยู่ในขันธ์ ๕ ไม่ติดอยู่ในวัตถุ 
ไม่ติดอยู่ในอะไรทั้งหมดในโลก 
อารมณ์มันก็เป็นสุข

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตเป็นบัณฑิต-จิตเป็นพาล



บัณฑิตกับคนพาล
*********************************************
การรู้ก็ดี การเห็นก็ดี คือจิตมีสติกำหนดรู้ เห็นไปตามความเป็นจริง 
และพิจารณาไปเป็นธรรมดาในสิ่งนั้นๆ จุดนี้นับว่าประเสริฐ 
กล่าวคือ จิตมีความเป็นบัณฑิต ไม่หลงใหล
ไปกับรูป-เสียง-กลิ่น-รส-สัมผัส-ธรรมารมณ์ 
อารมณ์ไม่เกาะติด เพราะเห็นสภาพสิ่งสัมผัสเหล่านั้นว่าไม่เที่ยง 
มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา 
จิตก็ไม่ยึดเกาะสิ่งสัมผัสเหล่านั้นมาปรุงแต่งเป็นอารมณ์ 
สร้างความพอใจ-ไม่พอใจให้เกิดความรุ่มร้อนแก่จิต 
นี่แหละคือคำว่า รู้สักเพียงแต่ว่ารู้ เห็นเพียงสักแต่ว่าเห็น
ซึ่งต่างกับทรชนคนพาล จิตหวั่นไหวไปกับอายตนะสัมผัส 
รู้เห็นสิ่งใดมิได้ขบคิดถึงความเป็นจริง สร้างอารมณ์ตลอดเวลา 
ด้วยความรู้ไม่เท่าทัน สภาวธรรมนั้น ๆ 
เยี่ยงนี้ตถาคตไม่สรรเสริญ เพราะไม่ใช่หนทางสงบ 
ไม่ใช่หนทางนักพรต ที่จักบำเพ็ญเพียร
เพื่อเข้าถึงมรรค ถึงผลแห่งพระนิพพาน

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อินทรีย์พละกล้าแข็ง จะประหารกิเลสโดยอัตโนมัติ




ารกำหนดให้ได้ปัจจุบันธรรม ทำให้ขณิกสมาธิรวมตัว
เมื่อขณิกสมาธิรวมตัว ทำให้อินทรีย์พละมีกำลังแก่กล้า
เมื่ออินทรีย์พละมีกำลังกล้าแข็ง
จะเข้าไปทำหน้าที่ประหัตประหารกิเลส ในมรรคญาณโดยอัตโนมัติ
โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ประการใด


หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สติกำหนดรู้อารมณ์ปัจจุบัน เป็นการประหารกิเลสชั่วขณะ



การมีสติที่กำหนดรู้อารมณ์ปัจจุบันนั้น
เป็นการประหารกิเลสอยู่ชั่วขณะ
จิตย่อมว่างจากกิเลส
ยิ่งกำหนดรู้ตามอารมณ์ได้ติดต่อ
ต่อเนื่องได้มากเท่าไร
จิตย่อมว่างจากกิเลสมากเท่านั้น

พระอาจารย์มหาบุญทัน รตนปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ไม่ยึดขันธ์ 5 ไม่หลงผิดในเรื่องใดๆ




ความรู้ในการเจริญวิปัสสนานี้ พระศาสดาก็ทรงสอน
ให้ยกขันธ์ห้านี้แหละขึ้นมาพิจารณาก่อนสิ่งอื่นทั้งหมด 
เพราะจิตใจมันยึดมั่นถือมั่นอยู่ในขันธ์ห้านี้ 
ว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขา 
มันจะหลงละเมอไปในเรื่องต่างๆ ภายนอก
ก็เพราะมันหลงขันธ์ห้านี้ก่อน มันสำคัญผิดในขันธ์ห้านี้แล้ว 
มันจึงได้หลงผิดไปในอารมณ์อื่นภายนอก...
ถ้ามันรู้แจ้งในขันธ์ห้านี้ตามเป็นจริง 
มันไม่สำคัญว่าเป็นตัว เป็นตนเป็นเราเป็นเขาแล้ว 
ปล่อยวางไว้ตามสภาพเหล่านี้แล้ว 
มันจะไม่หลงผิดไปในเรื่องใดๆ ทั้งหมดเลย

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คนเรามีความสุขมากที่สุดเมื่อเข้าถึงธรรม




คนเราจะมีความสุขมากที่สุดก็ต่อเมื่อทำตัวเองให้เข้าถึงธรรม 
ถ้าทุกคนปฏิบัติธรรมก็จะเห็นจิตใจของตัวเอง 
แต่ถ้าเอาแต่ใจตัวเอง ทุกคนก็จะไม่เห็นจิตใจและไม่ได้สิ่งที่ถูกใจ 

พระอาจารย์ชายแดน สีลสุทโธ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การภาวนา เบื้องต้นจะต้องให้เห็นใจของตน




.. การภาวนา “เบื้องต้นจะต้องให้เห็นใจของตนเสียก่อน” 
พวกเราจะต้องฝึกหัดใจ 
ถ้าไม่เห็นใจก็ไม่ทราบว่าจะไปฝึกหัดตรงไหน ฝึกหัดจิตกำหนดจิต 
คือว่า “มีสติไปกำหนดจิตที่มันคิดมันนึกนั่นแหละ”
เอาตรงนั้นให้เห็นเสียก่อน เห็นจิตเสียก่อน 
เราจะต้องควบคุมดูแลรักษาตลอดเวลา 
คิดนึกสิ่งใดก็ให้เห็นจิตนั่นแหละมันคิด..

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เห็นขันธ์ 5 เป็นทุกข์ เป็นสัมมาทิฐิ




ถ้าเราเห็นขันธ์ 5 เป็นทุกข์ เป็นของว่างเปล่า
เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาจริงๆ 
เราจะรักคนอื่น เราจะมีพรหมวิหาร เราจะเมตตา 
เราจะเห็นผู้อื่นเสมอกับเรา เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายกับเรา 
สอง เราจะเห็นเลยว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นว่างเปล่าจากตัวตน 
เราจะไม่ไปยึดถืออะไรกับสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราเห็นอย่างนี้ชัดเจน 
นี่เขาเรียกว่า เรามีสัมมาทิฐิ


พระอาจารย์ชยธมฺโมภิกขุ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หน้าที่ของเราคือ..สังเกตจิตทำงาน




หน้าที่ของเราคือ..สังเกตจิตทำงาน!
จิตเวลามันทำงาน มันปรุงเป็นภาพบ้าง ปรุงเป็นเสียงบ้าง
เราแค่คอยสังเกต เก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆ
ไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน
หน้าที่ของเราคือ..รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แล้วสิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไป
รู้ว่าสิ่งนั้นคงอยู่กับที่ไม่ได้ สิ่งนั้นเกิดขึ้นเอง-ดับไปเอง..

พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อมี “ความรู้สึกตัว” เป็นฐาน




เมื่อมี “ความรู้สึกตัว” เป็นฐานแล้ว
สิ่งที่เกิดตามมาคือ “ปัญญา”

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อย่าให้ความคิดมันใช้เรา




อย่าให้ความคิดมันใช้เรา
ให้เราใช้ชีวิตของเราเอง
มีสติเป็นเจ้าของเอง หัดจากนี้
มอบความเป็นใหญ่ให้สติ
จึงจะเรียกว่าเราฝึกฝนตัวเอง


หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ละทิ้งอารมณ์ได้ ก็ย่อมจะพบจิต




ละทิ้งอารมณ์ได้ ก็ย่อมจะพบจิต 
จะพบจิต 
ก็ต้องทำให้ว่างจากอารมณ์


หลวงปู่ดาบส สุมโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ให้ทำความรู้สึกตัวอยู่เสมอ




ให้ทำความรู้สึกตัวอยู่เสมอ เมื่อคนมีสติความระลึกได้ 
สัมปชัญญะความรู้สึกตัวอยู่เป็นนิตย์แล้ว ก็จะรู้สึกได้ทันทีว่า 
วิญญาณความรู้สึกนี้ก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาไปตามกันทั้งหมด 
ให้กำหนดแต่ความรู้ไว้อันเดียว ไม่ให้เกี่ยวข้องในอารมณ์อื่น 
ทำความรู้ไม่ให้หวั่นไหว ใจนั้นย่อมได้รับความสงบนั้นแลชื่อสมถะ


ท่านพ่อลี ธัมมธโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ใจเป็นกลาง จะได้เพื่อนที่แท้จริง



เมื่อเราทำใจให้เป็นกลางได้ 
จิตของเราจะก้าวเข้าสู่ญาติที่แท้จริง เพื่อนที่แท้จริง 
กัลยาณมิตร เพื่อนที่ดีที่สุดของเรา ได้แก่ความสงบใจ 
ใจจะเกิดความสงบขึ้นเองโดยที่ไม่ต้องนั่งสมาธิ ไม่ต้องหลับตา
เกิดจากการคิดถูก เมื่อเราคิดถูก ก็เป็นสัมมาทิฐิ
เพราะเราเห็นถูก คิดถูก เรียกว่าดำริ
จึงเป็นสัมมาสังกัปโปในมรรคองค์ ๘

ครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



รื้อเรือนของตัณหาผู้สร้างภพ




ความคิดของเราทุกอย่าง เราคิดถึงตรงไหน 
ตรงนั้นแหละ เป็นภพเป็นที่อยู่อาศัยของจิต 
เรือนของตัณหา คือ รูป เสียง กลิ่น รส 
โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ 
ดังนั้น เราต้องทำจิตให้ว่างจากรูป 
เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ 
เราจึงจะรื้อเรือนของตัณหาผู้สร้างภพได้ 
เพราะรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ 
และธรรมารมณ์ นั่นแหละคือภพของจิต


พระอาจารย์นพพร อาทิจฺจวํโส

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตอยู่นอกตัว ไม่สว่างไสว




จิตเป็นเรื่องแปลก จิตเราอยู่ข้างนอก 
จิตของเราไม่สว่างไสว เป็นจิตที่มืด 
แต่ถ้าจิตได้ถูกอบรมให้อยู่ในตัวได้ 
จิตเองจะเจิดจ้าสว่างไสวในตัวมันเอง 
อย่างอัศจรรย์ใจขึ้นมา 
จิตสงบพิจารณาอยู่ในตัว
ท่องเที่ยวในกายนคร จิตจะแจ้งขึ้นๆๆๆ 
เราจะอัศจรรย์ว่า อย่างนี้ก็มีหรือ? ..


พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ปัญญาที่แท้เกิดจากการมีสติในทุกๆ อิริยาบถ



ไม่จำเป็นต้องนั่งภาวนานานนับเป็นหลายชั่วโมง
บางคนคิดว่ายิ่งนั่งภาวนานานเท่าใด ก็ยิ่งจะเกิดปัญญามากเท่านั้น
ปัญญาที่แท้เกิดจากการที่เรามีสติในทุกๆ อิริยาบถ
การฝึกปฏิบัติของท่านต้องเริ่มขึ้นทันทีที่ท่านตื่นนอนตอนเช้า
และต้องปฏิบัติให้ต่อเนื่องไปจนกระทั่งนอนหลับไป
อย่าไปห่วงว่าท่านต้องนั่งภาวนาให้นานๆ
สิ่งสำคัญก็คือ ท่านเพียงแต่เฝ้าดู
ไม่ว่าท่านจะเดินอยู่หรือนั่งอยู่ หรือกำลังเข้าห้องน้ำอยู่…

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ละกิเลสด้วย “สติ”




ละกิเลสด้วย “สติ” 
สติฟอกอาสวะกิเลสเอง

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การวินิจฉัยความรู้สึกคิดนึกอยู่ตลอดเวลา




การวินิจฉัยความรู้สึกคิดนึกอยู่ตลอดเวลา
เท่ากับถอยตัวออกมาจากสิ่งที่ถูกรู้ 
เมื่อวินิจฉัยมันอยู่เรื่อยๆ 
เท่ากับวิจัยขันธ์ ๕ อยู่เรื่อยๆ 
เท่ากับหัดกลั่นน้ำสกปรกให้เป็นน้ำใส
สติปัญญาตรงนั้นที่ฝึกฝนอบรม
จนเป็นนิสัย จนเป็นอัตโนมัติ 
ครูบาอาจารย์ท่านเรียกมหาสติ มหาปัญญา


พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อเราวางสุขได้แล้ว




เมื่อเราวางสุขได้แล้ว 
ทุกข์ก็วางได้.. 

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การปฏิบัติธรรมก็เพื่อแยกใจให้ออกจากร่างกาย




การปฏิบัติธรรมก็เพื่อที่จะแยกใจให้ออกจากร่างกาย
ให้ต่างฝ่ายต่างอยู่กัน อยู่ตามธรรมชาติของตน 
ธรรมชาติของร่างกายก็คือ “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” 
ธรรมชาติของใจก็คือ “สักแต่ว่ารู้” “อุเบกขา” 
นั่นคือสิ่งที่เราต้องแยกมันออกจากกัน 
ปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างเป็นไปตามธรรมชาติของเขา 
ที่ใจไม่เป็นสักแต่ว่า ไม่เป็นอุเบกขา
ก็เพราะว่า มันถูกตัณหาถูกโมหะความหลง
มันหลอกให้มาจับมามัดให้ติดกับร่างกาย..
แล้วก็เกิดความอยากไม่ให้ร่างกายแก่ 
ไม่ให้ร่างกายเจ็บ ไม่ให้ร่างกายตาย 
แต่ไปห้ามมันไม่ได้..ความทุกข์ก็เกิดขึ้นภายในใจ


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา