ให้มองโลก
เป็นสิ่งที่ต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้า ต้องสลัดสุข
นี่! ในแง่ของจริยธรรม กล่าวว่า
อย่า เป็นทาสของอารมณ์
อย่า เป็นทาสของอายตนะภายใน
คือ อย่าเป็นทาสของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
หรืออย่าเป็นทาสของอายตนะภายนอก
คือ อย่าเป็นทาสของรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ ;
หรืออย่าเป็นทาสอารมณ์ ก็เรียก
อย่า เป็นทาสของอารมณ์
อย่า เป็นทาสของอายตนะ
แล้วโลกทั้งหมด จะมาอยู่...ใต้ฝ่าเท้าเรา
มีพระพุทธภาษิตว่า
กาม สุขสูงสุดในโลกนี้ ก็ดี
กาม สุขสูงสุดในสวรรค์ทั้งหลาย ก็ดี
มันไม่ได้ส่วนเลี้ยวที่ ๑๖
ของสุขที่มาจากความสิ้นไปแห่งตัณหา
ถ้าเราแสวงหาความสุขอย่างโลกๆ
ในมนุษยโลก ในเทวโลก
แล้วเราจะเป็นทาส คือเป็นทาสของอารมณ์
เป็นทาสของกิเลสตัณหา อย่างนี้...
ความสุข ทําให้เราเป็นทาส.
ถ้าเราแสวงหาความสุขจากความสิ้นตัณหา
สิ้นอุปาทาน สิ้นกิเลส นี้เราไม่เป็นทาสของอะไร
เราเปลื้องตัวออกมาจากความเป็นทาสได้
เพราะฉะนั้น ท่านจึงว่า...
ความสุขที่ได้จากกามารมณ์ในโลกนี้
หรือในสวรรค์ก็ตาม
เทียบกันแล้วไม่ได้เสี้ยว
ที่ ๑๖ ของความสุขที่เกิดมาจากนิพพาน
คือ หมด “ตัวกู”
-----------------------------------------------------------------
ท่านพุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยายชุดสันทัสเสตัพพธรรม
ลำดับที่ ๕ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ หัวข้อ
เรื่อง “โลกในทัศนะของพุทธบริษัทคืออะไร?”
จากหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ เล่มชื่อว่า...
“สันทัสเสตัพพธรรม” หน้า ๑๗๑-๑๗๒
ที่มา : เพจมนษิธาร Monsitharn

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น