"อัตตา" เป็นคำบาลี แปลว่า
ตน ตัว หรือ ตัวตน
(ในรูปสันสกฤตเป็น "อาตมัน")
พุทธธรรมสอนว่า "ตัวตน"
หรือ "อัตตา" นี้ไม่มีอยู่จริง
แต่เป็นสิ่งที่สมมติขึ้น
เพื่อสะดวกในการสื่อสาร
เพื่อความหมายรู้ร่วมกันของมนุษย์
ในความเป็นอยู่ประจำวัน
กำหนดตามชื่อที่บัญญัติขึ้น
หรือตั้งขึ้นสำหรับเรียกหน่วยรวม
หรือภาพรวมหนึ่งๆ
"อัตตา" นี้จะเกิดเป็นปัญหาขึ้น
ก็ต่อเมื่อคนหลงผิดเกิดความยึดถือ
ขึ้นมาว่ามีตัวตนจริงๆ หรือเป็นตัวตนจริงๆ
เรียกว่า รู้ไม่เท่าทันความเป็นจริง
หรือ "หลงสมมติ"
อัตตาไม่ใช่เป็นกิเลส
มิใช่สิ่งที่จะต้องละ
เพราะอัตตาไม่มีอยู่จริง
จึงไม่มีอัตตาที่ใครจะละได้
อัตตา มีอยู่แต่เพียงในความยึดถือ
สิ่งที่จะต้องทำก็มีเพียง
การรู้เท่าทันตามเป็นจริงว่า "ไม่มีอัตตา"
หรือ "ไม่เป็นอัตตา"
อย่างที่เรียกว่า "รู้ทันสมมติ" เท่านั้น
พูดอีกนัยหนึ่งว่า
ละความยึดถือในอัตตา
ละความยึดถือว่าเป็นอัตตา
หรือถอนความหลงผิดในภาพของอัตตา
หรือในบัญญัติแห่งอัตตาเสีย เท่านั้น
.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
ที่มา : จากหนังสือ "ไตรลักษณ์"
หัวข้อเรื่อง "อัตตา กับ มานะ"
ภาพ Pinterest
ที่มา : เพจมนษิธาร Monsitharn
(บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)
26 ม.ค.69

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น