แก้ได้โดยให้รู้เท่าทัน
อวิชชามันก็มาจากนิสัยสันดา
น
ซึ่งเป็นความเคยตัวเคยใจของ
แต่ละคน
เพราะฉะนั้น เวลาสังขารขึ้นมา
เราแก้ได้โดยให้รู้เท่าทัน
ความคิด นึก ตรึก ตรอง ปรุงแต่ง
...
ที่เกิดมาจากนิสัยสันดานเรา
ทุกความคิด
หลวงปู่ทา จารุธมฺโม
ตัวปรุงแต่งดับ ทุกข์ก็ไม่มี
สังขารก็คือ จิตที่่คิดปรุงแต่ง
ถ้าหากจิตหยุดคิดแล้ว
ไม่มีอะไรสักอย่าง
เตสัง วูปสโม สุโข
สังขารทั้งหลายสงบระงับดีแล้ว
ทุกข์เกิดจากสังขาร
ตัวปรุงตัวแต่งดับไปแล้ว
ทุกข์นั้นก็ไม่มี
หลวงปู่แบน ธนากโร
ไม่มี “สังขาร” ย่อมมีธรรมที่มั่นคง
แม้นได้สมบัติทิพย์สักสิบแส
น
ก็ไม่เหมือนรู้จริงทิ้ง “สังขาร”
ใจที่รู้ธรรมดาทั้งห้าขันธ์
ใจนั้นก็ขาวสะอาดหมดมลทิน
มีเกิดย่อมมีดับ
ไม่มี “สังขาร” ย่อมมีธรรมที่มั่นคง
ให้มีสติรู้ทันอาการสังขารท
ี่ไม่เที่ยง
อยู่เสมอจนใจเคย
จึงจะละขันธ์ห้าได้จริง
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
ปลดเปลื้อง “ตนเอง” ออกจาก “ความคิดปรุงแต่ง”
พวกเราเพียงแต่สามารถปลดเปล
ื้อง
“ตนเอง”
ออกจาก
“ความคิดปรุงแต่ง”
เท่านั้น
พวกเราจะประสบความสำเร็จทุก
อย่าง
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ธรรมชาติที่แท้จริง
หากเราพิจารณาให้ดี ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเรา ที่รวมเรียกว่าอายตนะ ๖
เรามีสติรับรู้การกระทบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับอายตนะทั้ง ๖ แล้วดับไปอยู่ทุกขณะ
สุดท้ายเราจะเห็นความจริงว่า ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแล้วแต่สมมุติ ทำไมจึงว่าสมมุติ? ก็เพราะว่ามันไม่เที่ยงแท้คงทน จะตั้งอยู่อย่างนั้นชั่วกัลปาวสานก็หาไม่ จะช้าหรือเร็วก็ต้องดับเหมือนกันหมด
นั้นแหละคือธรรมชาติที่แท้จริง
หลวงพ่อประสิทธิ์ ถาวโร
ทบทวนให้ไตรลักษณญาณแจ่มแจ้งในใจเสมอ
สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ทวนกระแสจิตเข้ามาภายในนี่แ
หละ
มาเพ่งพินิจทั้งกลางวันกลาง
คืน
ยืน เดิน นอน นั่ง ทำธุรกิจการงานใดๆ ก็ดี
อย่าไปลืมกายลืมจิต
อันนี้ต้องหมั่นทบทวนอยู่เส
มอๆ
ทบทวนให้ไตรลักษณญาณมันแจ่ม
แจ้งอยู่ในใจเสมอ
...
อันนี้นับว่าสำคัญมาก มันจะทำให้อริยมรรคนั้นแก่ก
ล้าขึ้นไปโดยลำดับ
เพราะว่าผู้ปฏิบัติในอริยมร
รคก็มุ่งหวัง
ให้เกิดญาณความรู้แจ้งในสัง
ขารธรรมทั้งปวง
นี่เองน่ะจุดสำคัญ
เมื่อมารู้แจ้งในสังขารธรรม
ทั้งปวงตามเป็นจริงแล้ว ก็จะปล่อยวาง
เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมัน
เป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดควรถือ
เมื่อญาณความรู้เกิดขึ้นแล้
ว มันจะมองเห็นแต่ของไม่เที่ย
งไม่ยั่งยืน
เห็นแต่ความแปรผันอ่อนไหวแห
่งสรรพสิ่งทั้งปวง
ทั้งภายในทั้งภายนอก ทั้งหยาบ ทั้งละเอียด
อันใดก็มีสภาวะเหมือนกันหมด
…
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
อบรมจิตให้มากๆ ให้จิตเห็นโทษของอารมณ์
“ความสุขที่จริง คือ ความสงบ
ไม่ใช่ความสุขที่จิตต้องวิ่งตามอารมณ์ตลอดเวลา
”…
ถ้าเราต้องการความสุขที่สงบจากอารมณ์
เราต้องสลัดอารมณ์น้อยใหญ่ทั้งหมดที่ปรุงแต่งขึ้นมาทิ้งไปให้ได้...
แต่ไม่ใช่แยกจิตเหมือนแยกคนสองคนออกจากกัน
...
เราต้องอบรมจิตให้เห็นโลกโดยความเป็นโลก
ให้เห็นอารมณ์น้อยใหญ่ที่มีอยู่ในจิต
อบรมจิตให้มากๆ ให้จิตเห็นโทษของอารมณ์
จึงจะพรากจิตออกจากอารมณ์ได้อย่างถาวร
พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ
เท่าทันอารมณ์คือสุขแท้จริง
การจะพัฒนาจิตของเรา
ให้พบกับความสุขที่แท้จริงน
ั้นก็คือ
เราก็ต้องรู้เท่าทันในอารมณ
์
พระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน
สติอยู่กับปัจจุบันเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์
ถ้าบุคคลได้เจริญสติ
ดูความคิด ดูจิต ดูใจ ดูความปรุงแต่งเป็น
คนนั้นก็จะสามารถทำจิตใจให้อยู่กับปัจจุบัน
เวลาที่จิตคิดไปสู่เรื่องอดีต อนาคต
สติที่รู้ความคิด รู้จิต รู้ใจ ก็จะกลับมาสู่ปัจจุบัน
เรื่องอดีต เรื่องอนาคต ก็ขาดไป
การที่สติอยู่กับปัจจุบันเป็นอารมณ์ที่เป็นปรมัตถ์
จิตจะมีความเบาขึ้น มีความสบาย มีความผ่องใส
พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี
ชีวิตมีค่าก็ตอนที่กำหนดรู้
การกำหนดที่ติดต่อสืบเนื่อง ทำให้พลังสมาธิเติบกล้า
เห็นการเกิดดับของรูปนามอยู่โดยตลอด
ทำให้เห็นพระไตรลักษณ์ชัดแจ้ง
ดังนั้นจึงต้องคอยกำหนดอารมณ์
ที่เกิดขึ้นทางกาย เวทนา จิต และธรรมอยู่ตลอดเวลา
ชีวิตมีค่าก็ตอนที่กำหนดรู้
หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)