10 เคล็ดลับวิถีเซนเพื่อจิตใจที่แข็งแรง


10 เคล็ดลับวิถีเซนเพื่อจิตใจที่แข็งแรง
1. เลิกคาดหวังจากทุกคน – จงมุ่งเน้นที่ตัวเอง
2. ยอมรับว่าชีวิตมิได้มีความเป็นธรรมเสมอไป
3. อย่าขอความรักหรือความสนใจจากใคร
4. เรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง
5. จงสงบสติอารมณ์ แม้ท่ามกลางความวุ่นวาย
6. อย่าเอาทุกอย่างมาคิดให้มากมาย
7. เดินหนีจากคนที่เป็นพิษโดยไม่รู้สึกผิด
8. มุ่งเน้นที่ทางแก้ไข ไม่ใช่ปัญหา
9. เชื่อมั่นในตัวเองเสมอ
10. อยากเข้มแข็งขึ้นไหม?
เริ่มฝึกฝนนิสัยเหล่านี้ตั้งแต่วันนี้
10 Zen tips to be mentally strong
1.Stop expecting from everyone--focus on yourself.
2.Acept that life isn't always fair.
3.Never beg for love attention.
4.Learn to keep your emotions under control.
5.Stay calm, even in the middle of chaos.
6.Don't take everything personally.
7.Walk away from toxic people without guilt.
8.Focus on solutions, not on problems.
9.Believe in yourself--always.
10.Want to grow stronger?
Start practicing these habits today.

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

28 ม.ค.69


 

หมดความยึดมั่น ก็หมดทุกข์


..เมื่อพัฒนาปัญญา
ก็ทำให้รู้เข้าใจความจริงเกี่ยวกับ “ตัวตน”
ว่ามันเป็น “อนัตตา” ...
คือ ไม่ใช่ว่า “หมดตัวตน” หรอก
แต่..รู้ทัน ว่า “ตัวตน” ที่ยึดถือกันนั้น
ที่แท้..มันไม่มี
เมื่อรู้ว่าเป็นอนัตตาแล้ว ก็หมดความยึดมั่น..
เมื่อไม่มีความยึดติดถือมั่นใน “ตัวตน”
ก็ไม่ถูกกระทบกระทั่ง
เพราะไม่มี “ตัวตน” ที่คอยรับกระทบ
ให้เกิดความทุกข์
แต่ก่อนนี้ คนโน้นว่ามาก็กระทบ
ไปทำโน้น ไปมองเห็นรู้อะไร
ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็กระทบเรื่อย
เพราะมี “ตัวตน” ที่ยึดไว้
พะวงปกป้องไว้คอยรับกระทบอยู่เรื่อย
แต่พอเข้าใจ มีปัญญารู้แจ่มแจ้ง
หมดความยึดมั่นนั้น ก็ไม่มีตัวไว้รับกระทบ
ก็หมดทุกข์ เรียกว่าพ้นจาก
กิเลสและความทุกข์
ก็ถึงจุดหมายของพระพุทธศาสนา ...
ถ้าไม่พัฒนาตน ก็เป็นไปในทางตรงข้าม
คือ ไม่รู้เข้าใจ “ตัวตน” ว่าเป็นอนัตตา
ก็ยิ่งพัฒนา “ความยึดมั่นในตัวตน”
“ตัวตน” มันก็ขยายพอกพูนออกไป..
พอขยายใหญ่ก็ยิ่งทุกข์มาก..
มี “ตัวตน” ที่รับกระทบมากขึ้นๆ
ก็ทุกข์หนักเข้าทุกที..
ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนาตน
เพื่อจะรู้เท่าทัน เข้าใจ “อนัตตา”
มองเห็นความไม่มี “ตัวตน”
จะได้หมดความยึดมั่นในตัวตน
แล้วก็จะหมดความทุกข์ พ้นจากกิเลส
มีจิตใจเป็นอิสระ
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
ที่มา : หนังสือ “หลักแม่บทของการพัฒนาตน”

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

28 ม.ค.69

 

ปล่อยวาง


จงยอมรับว่าสิ่งต่างๆ
ควรจะเกิดขึ้นอย่างที่มันเกิดอยู่แล้ว
ไม่ว่าคุณจะเข้าใจเหตุผลหรือไม่ก็ตาม
คุณอาจเจ็บปวดกับรายละเอียดที่ซับซ้อน
ต่อสู้กับความปวดร้าว
และความพังทลายที่เกิดขึ้น
แต่หากคุณยังคงต่อสู้กับความเป็นจริง
คุณก็จะพ่ายแพ้เสมอ
จงปล่อยวางความยึดติดกับสิ่งที่
คุณคิดว่ามันควรจะเกิดแบบนี้ต่างหาก
และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตอนนี้
คุณอาจไม่รู้ว่าจะไปต่อที่ไหน
แต่จงเชื่อมั่นว่าคุณกำลังถูกนำทาง
ไปยังจุดที่ดีสำหรับตัวคุณ
Be willing to accept that things were supposed
to happen the way they did,
whether or not you can understand why.
You may be aching over the intricate details,
fighting against the pain and devastation it has caused you.
If you keep battling with reality, you'll always end up losing.
Let go of your attachment to what you think should have happened,
and surrender to what is right now.
You may not know where you' re heading,
but trust that you 're being guided towards a place that serves you well.
Unknown
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

28 ม.ค.69


 

ความเข้มแข็งของจิตใจ


ความเข้มแข็งของจิตใจ
ไม่ใช่เพียงแค่ว่าสามารถ
ทนต่อความทุกข์ทรมานได้เท่านั้น
แต่ต้องทนต่อการดึงดูดของความสุขด้วย
ทนที่จะไม่เข้าไปยึดถือในความสุขใดๆ
ทนที่จะคอยรู้ รู้เท่าความชอบใจเพลินใจ
ในความสุขสบายทั้งหลาย
อย่างนี้จึงชื่อว่ามีจิตใจที่แข็งแกร่งได้
สมกับการเป็นผู้ภาวนาเพื่อความหลุดพ้นจริง
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

28 ม.ค.69


 

เมื่อหมดความยึดติด


เมื่อมีความยึดติด
กรรมก็เกิด
เมื่อหมดความยึดติด
กรรมก็ดับ
ท่านนาคารชุน
คัมภีร์มูละมัธยมกการิกา
When there is grasping, there is karma:
when there is no grasping, karma ceases.
Nagarjuna
Mulamadhyamakakarika

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

28 ม.ค.69



 

การหลุดพ้น ที่แท้จริง


หลุดพ้นเสียจากความรู้สึกว่า
กู หลุดพ้นแล้ว...
นั่นแหละ! จึงจะเป็นการหลุดพ้น ที่แท้จริง
.
ต่อเมื่อใด
ไม่มี...ความรู้สึกที่เป็นอุปาทาน
ว่า“ตัวกู” ว่า“ของกู” เมื่อนั้นแหละ!
จึงจะเรียกว่า..
ไม่มีอะไรติดเป็นการหลุดพ้นที่แท้จริง ฯ
พูดอีกอย่างหนึ่ง ก็ต้องพูดว่า
มันไม่มี...ใครติด
มันไม่มี...ใครหลุด
ว่าง...จากตัวคนที่จะติด หรือจะหลุด
นั่นแหละ! จึงจะเป็นการหลุดพ้นที่แท้จริง
.
ท่านพุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยายประจำวันเสาร์ ภาควิสาขบูชา
หัวข้อเรื่อง “สุขแท้เมื่อสิ้นสุดแห่งความสุข”
แสดง ณ สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา
เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๕
จากหนังสือชื่อ “สุขแท้เมื่อสิ้นสุดแห่งความสุข”
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

26 ม.ค.69



 

การช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด


การบรรลุธรรม
คือการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ที่เราสามารถให้แก่โลกได้
Our own self-realization is the greatest service
we can render the world.
~Sri Ramana Maharshi

ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

26 ม.ค.69


 

อัตตา มีอยู่แต่เพียงในความยึดถือ


"อัตตา" เป็นคำบาลี แปลว่า
ตน ตัว หรือ ตัวตน
(ในรูปสันสกฤตเป็น "อาตมัน")
พุทธธรรมสอนว่า "ตัวตน"
หรือ "อัตตา" นี้ไม่มีอยู่จริง
แต่เป็นสิ่งที่สมมติขึ้น
เพื่อสะดวกในการสื่อสาร
เพื่อความหมายรู้ร่วมกันของมนุษย์
ในความเป็นอยู่ประจำวัน
กำหนดตามชื่อที่บัญญัติขึ้น
หรือตั้งขึ้นสำหรับเรียกหน่วยรวม
หรือภาพรวมหนึ่งๆ
"อัตตา" นี้จะเกิดเป็นปัญหาขึ้น
ก็ต่อเมื่อคนหลงผิดเกิดความยึดถือ
ขึ้นมาว่ามีตัวตนจริงๆ หรือเป็นตัวตนจริงๆ
เรียกว่า รู้ไม่เท่าทันความเป็นจริง
หรือ "หลงสมมติ"
อัตตาไม่ใช่เป็นกิเลส
มิใช่สิ่งที่จะต้องละ
เพราะอัตตาไม่มีอยู่จริง
จึงไม่มีอัตตาที่ใครจะละได้
อัตตา มีอยู่แต่เพียงในความยึดถือ
สิ่งที่จะต้องทำก็มีเพียง
การรู้เท่าทันตามเป็นจริงว่า "ไม่มีอัตตา"
หรือ "ไม่เป็นอัตตา"
อย่างที่เรียกว่า "รู้ทันสมมติ" เท่านั้น
พูดอีกนัยหนึ่งว่า
ละความยึดถือในอัตตา
ละความยึดถือว่าเป็นอัตตา
หรือถอนความหลงผิดในภาพของอัตตา
หรือในบัญญัติแห่งอัตตาเสีย เท่านั้น
.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
ที่มา : จากหนังสือ "ไตรลักษณ์"
หัวข้อเรื่อง "อัตตา กับ มานะ"
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

26 ม.ค.69


 

ผู้ที่สันโดษ เปี่ยมความสุขภายใน


ผู้ที่สันโดษ เปี่ยมความสุขภายใน
จะไม่แสวงหาสิ่งใด ที่ตนไม่มี
และเข้าใจ ว่าสิ่งใดก็ตามที่ตนมี
ไม่ใช่สิ่งที่ตนจะเป็นเจ้าของได้
ท่านหวู ซิน
The man of contentment
seeks nothing
that he doesn’ t have
and understands
that whatever he has
isn’ t his to own.
—° Wu Hsin °—
ภาพและข้อความ
the Bridge towards awareness

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

26 ม.ค.69