บุคคลผู้ยินดีในนิพพาน


๓. บุคคลผู้ยินดีในนิพพาน
ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
คนส่วนมากไม่ยินดีในนิพพาน
คือความดับกิเลส
แต่ยินดีในอาลัยคือกามคุณ
มีความอาลัยอย่างยิ่งในกามคุณ
กามคุณหรือตัณหาเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
จึงเท่ากับยินดีในทุกข์นั่นเอง
อนึ่ง คนส่วนมาก
ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ ว่า
เป็นเราเป็นของเรา
ข้อนี้ก็เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์เช่นกัน
สมพระพุทธภาษิตที่ว่า
ปญฺจุปฺปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา
อุปทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์โดยรวบยอด
กล่าวคือ
ตราบใดที่ยังยึดขันธ์ ๕
ว่าเป็นเรา เป็นของเรา
หรือเป็นตัวตนอยู่
ก็ย่อมจะมีทุกข์อยู่ตราบนั้น
ตามความเป็นจริงแล้ว
สิ่งเหล่านี้เป็นอนัตตา
เมื่อไปถือผิดกับความเป็นจริงเข้า
ก็เป็นทุกข์เพราะไปฝืนกระแสธรรมดาเข้า
ผู้เห็นโทษของกิเลสตัณหา
อันเป็นต้นตอแห่งทุกข์แล้ว
ปล่อยวางขันธ์ ๕ แล้ว น้อมจิต
ไปเพื่อคลายกิเลสดับตัณหา
ไม่ยึดมั่นในขันธ์ ๕
ชื่อว่ายินดีในนิพพาน
อันเป็นสภาพดับเพลิงกิเลสและเพลิงทุกข์
เมื่อยินดีในนิพพาน
และพยายามดำเนินตามทาง
เพื่อให้ถึงนิพพาน ก็ย่อมเข้าถึงวันหนึ่ง
เมื่อถึงนิพพานแล้ว
ก็ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
เพราะฉะนั้น ผู้ยินดีในนิพพาน
จึงชื่อว่าย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
สรุปว่า ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน
ปัญญาย่อมคุ้มครองเขา
ผู้ยินดีในนิพพาน
ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
ดังพรรณนามาฉะนี้
🔸🔸🔸
*ทุติยสูตร
๒๕ เพื่อนของคน*
(พระพุทธภาษิต : พระไตรปิฎก เล่ม ๑๕ ข้อ ๑๗๕)
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

คัมภีร์ตัีกม้อ


เนื่องจากมีผู้สนใจคำสอนของท่านโพธิธรรม (ปรมาจารย์ตั๊กม้อ)
จากบทความของ อ.สุวินัย ภรณวลัย ที่นำมาลงค่อนข้างมาก
จึงขอเชิญท่านไปศึกษาฉบับเต็ม ในเฟซบุ๊ค ของ อ.สุวินัย ตามนี้ค่ะ
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (1) โลหิตสูตร
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (2) สี่การปฏิบัติเข้าสู่มรรคมหายาน
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (3) ทำลายรูป
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (4) รู้แจ้งธรรมชาติแท้ของจิต
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (5) ตั้งจิตให้สงบ
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (6) หกคำถามแห่งเส้าซื่อ
● คัมภีร์ตั๊กม้อ (7) ปราณชำระกระดูก

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

ถ้าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดใหม่อีกครั้ง


ถ้าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดใหม่อีกครั้ง
ก่อนที่จะเสียชีวิต มีคนพูดกับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ว่า
“ถ้าคุณเกิดใหม่ ผมมั่นใจว่าคุณอยากจะเป็นนักฟิสิกส์
และนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้งแน่นอน”
เขาตอบว่า "ไม่ ไม่มีทาง! ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง
แทนที่จะเป็นนักฟิสิกส์ ผมอยากเป็นช่างประปา
ผมอยากใช้ชีวิตธรรมดาๆ ไม่เป็นที่รู้จัก
เพื่อที่ผมจะได้มีความสุขกับชีวิตได้ง่ายขึ้น
โดยไม่มีใครมาขัดขวาง ไม่มีชื่อเสียง เกียรติยศ
งานวิจัย มาเป็นเครื่องขัดขวาง
เพื่อผมจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับชีวิตอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น"
Osho on Albert Einstein
ที่มา เพจ The Courage to Awaken
ชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง ความสำเร็จ
ที่ทุกคนปรารถนา
สำหรับผู้ที่เห็นความจริงแล้ว
ไม่มีคุณค่าใดๆ เลย

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

ก็เหลือแต่... ความรู้ อยู่...ในใจ


คำชม ก็เป็นคำชนิดหนึ่ง
คำติ ก็เป็นคำชนิดหนึ่ง
เมื่อจับสิ่งเหล่านี้มาถ่วงกันแล้ว จะเห็นว่า...
มันไม่แตกต่างกันจนเกินไป มันเป็นเพียง
ภาษาคำพูด เท่านั้นเอง
ใจ มันก็ไม่รับ...
เมื่อ...ใจ มันไม่รับ
ก็รู้ว่า...ใจ มันไม่มี...ความกังวล
ความวิตกกังวล ในเรื่องต่างๆ ก็...ไม่มี
ความกระเพื่อมของจิต ก็...ไม่มี
ก็เหลือแต่...
ความรู้ อยู่...ในใจ
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ภาพ Pinterest
#ใจก็สบาย เหลือแค่รับรู้

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69


 

ก็เลยรู้ว่า “ตัวตน” นี้ไม่มี


หาก “พัฒนาตน พัฒนาปัญญา”
จนถึงที่สุดแล้ว
จะรู้ว่า “ตัวตน” นี้ไม่มี
จิตเป็นอิสระ หมดความทุกข์...
เมื่อพัฒนาตนแล้ว พัฒนาไปๆ
กายก็พัฒนา ศีลก็พัฒนา
จิตก็พัฒนา ปัญญาก็พัฒนาดีแล้ว
ก็เกิดความรู้ความเข้าใจสิ่งทั้งหลาย
ตามความเป็นจริง
รู้เท่าทันคติธรรมดาของโลกและชีวิต
รู้เข้าใจ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ปัญญาพัฒนาแล้ว
ก็เลยรู้ว่า “ตัวตน” นี้ไม่มี..
เมื่อรู้ว่าเป็นอนัตตาแล้ว ก็หมดความยึดมั่น..
(คือ..เมื่อที่จริง “ตัวตน” มันไม่มีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องหมดตัวตน
แต่คนมีความยึดมั่นใน“ตัวตน” ที่ไม่มีนั้น
จึงต้องทำให้หมดความยึดมั่น แล้วปัญหาก็หมดไปเอง)
เมื่อไม่มีความยึดติดถือมั่นใน “ตัวตน”
ก็ไม่ถูกกระทบกระทั่ง เพราะไม่มี “ตัวตน”
ที่คอยรับกระทบให้เกิดความทุกข์
.
แต่ก่อนนี้ คนโน้นว่ามาก็กระทบ ไปทำโน้น ไปมองเห็นรู้อะไรทางตา
หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็กระทบเรื่อย เพราะมี “ตัวตน” ที่ยึดไว้
พะวงปกป้องไว้คอยรับกระทบอยู่เรื่อย
แต่พอเข้าใจ มีปัญญารู้แจ่มแจ้ง หมดความยึดมั่นนั้น
ก็ไม่มีตัวไว้รับกระทบ ก็หมดทุกข์
เรียกว่าพ้นจากกิเลสและความทุกข์
ก็ถึงจุดหมายของพระพุทธศาสนา
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
ที่มา : จากหนังสือ “หลักแม่บทของการพัฒนาตน”
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 มี.ค.69