ความทุกข์และกิเลส เกิดตอนเผลอเท่านั้น
›
จำไว้นะ ความทุกข์และกิเลส เกิดตอนเผลอเท่านั้น ถ้ามีสติขึ้นมา ไม่มีกิเลส ไม่มีความทุกข์ จะเห็นแต่ธาตุ เห็นแต่ขันธ์ เขาทำงาน...
“รู้จริงตามเป็นจริง” ก็จบ
›
ขันธ์ห้าที่มีอยู่มันเป็นมาโดยธรรมชาติ โดยหน้าที่ มันรู้ตัวเองไม่ได้ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาตัวเอง ให้รู้จักตัวเองตามความเป็นจริง ...
ถ้าเจริญสติจนมีกำลัง ธรรมะอื่นๆ จะเกิดขึ้นเอง
›
ในการปฏิบัตินั้น รายละเอียดของแต่ละสำนักเท่านั้น ที่แตกต่างกัน แต่ก็มีหลักการอันเดียวกัน คือ พระพุทธเจ้าจะสอนให้มีสติเสียก่อน เ...
ความรู้สึกว่ามีตัวเราคือ ปัญหาของมนุษย์
›
เพราะมีความรู้สึกว่ามี "ตัวเ รา" จึงมีทุกข์ เราไปตลาดเจอคนทะเลาะกัน เราเฉย ๆ พอเขาเอ่ยชื่อเราเท่านั้น ทุกข์เลย เห็...
ถึงไม่มีใครดับกิเลส กิเลสเค้าก็ดับเอง
›
เหมือนไฟกองหนึ่ง แม้จะกองใหญ่ขนาดไหน แม้ไม่มีใครดับ แต่ขอเพียง "ไม่เติมเชื้อไฟ" เมื่อไฟหมดเชื้อ ไฟก็ดับเองโดยธรรมชาต...
เมื่อรู้จริง จะปล่อยวางเอง
›
..การปฏิวัติเพื่อสร้าง “ที่พึ่ง” ก็ไม่มีเรื่องอื่น มีแต่เรื่องการพิจารณาควบคุ มจิตใจ การพิจารณาให้ปลงตก ไม่ยึดมั่น จนสามารถปล...
ในเมื่อตัวตนจริงๆ ไม่เคยมี แล้วจะวางตัวตนตรงไหน ?
›
เมื่อไม่มีอะไรอยู่ในมือ แล้วจะวางอะไร ? ในเมื่อตัวตนจริงๆ ไม่เคยมี แล้วจะวางตัวตนตรงไหน ? ถ้ายังมีการพยายามวางตัวตน ก็มีตัวต...
เราเป็นทุกข์ เพราะกังวลที่จะไปดับความคิด
›
การปฏิบัติ ไม่ได้ปฏิบัติแล้วสงบ เราปฏิบัติให้เท่าทันความคิด ให้เท่าทันอารมณ์ ให้เห็นอารมณ์ต่างๆ มันเกิดขึ้น อารมณ์ต่างๆ มันม...
ต้องรักษาตัวรู้ดั้งเดิมของเราไว้ให้ตลอด
›
จะรู้จะเห็นอะไร ก็ให้สักแต่ว่ารู้ ไม่ให้เป็นไปตามเขา จิตดั้งเดิมของเรามันไม่มีอะไร มันรู้อยู่ทุกอย่างอยู่แล้ว แต่พอมีสิ่งต่างๆ ม...
นักปราชญ์ให้ความสำคัญกับวันตายมากกว่าวันเกิด
›
นักปราชญ์เขาไม่ได้ดีใจกับ “วันเกิด” นะ เขาดีใจกับวันตาย คือเขาให้ความสำคัญกับวันตายมากกว่าวันเกิด เพราะวันเกิดมันผ่านมาแล้ว ม...
‹
›
หน้าแรก
ดูเวอร์ชันสำหรับเว็บ